อแทบจะเขียนทุกอย่างลงบนใบหน้าแล้ว มองปราดเดียวก็เข้าใจ! ดังนั้นฟางเจิ้งเลยเอ่ยกลับ “ขโมยข้าวปั้นอาตมาแล้วจะเอาข้าวปั้นอีก? ทำให้อาตมาหิวข้าว นายเตรียมตัวไว้แล้วรึยังว่าต้องทำยังไง?”
“ข้าวปั้นนั่นเป็นของนายจริงๆ?” ลิงจ้องฟางเจิ้ง
“พูดไร้สาระ ในโลกนี้มีแค่ของอาตมาเท่านั้น!” ฟางเจิ้งตอบด้วยความมั่นใจ
“จริงเหรอ? ฉันว่านายพอๆ กับลิงโง่ไม่มีขนแถมปีนต้นไม้ไม่ได้พวกนั้นเลย นายมีข้าวปั้น ทำไมพวกเขาจะมีไม่ได้? หรือว่านายเป็นคนเดียวที่เด็ดลูกท้อได้?” ลิงถามด้วยความขรึม
ฟางเจิ้งหมดคำจะพูดแล้ว เขาพบว่าการคุยกับลิงบ้านนอกที่ไม่เคยเจอมาก่อนตัวนี้มีปัญหาเรื่องการข้ามสายพันธุ์เล็กน้อยจริงๆ
ดังนั้นเลยเข้าประเด็นเลย “พูดเรื่องไร้สาระให้มันน้อยๆ หน่อย นี่คือบ้านอาตมา นายเอาของไปจากบ้านอาตมา ไม่เรียกว่าขโมยรึไง?”
“เอาเถอะ ไม่ต้องพูดมากแล้ว แค่กินข้าวปั้นไปสองก้อนไม่ใช่รึไง นายชื่ออะไร? ท่านวานรกินอาหารพวกลิงไม่มีขนพวกนั้นมาก็เยอะ แต่ไม่เคยเห็นพวกมันพูดมากเหมือนนายเลย” ลิงพูดด้วยความรำคาญ
ฟางเจิ้งอึ้ง เขาถูกลิงรังเกียจ! แต่ก็อดกลั้นความโมโหไว้ ถามต่อด้วยความแปลกใจว่า “ถ้าอย่างนั้นพวกเขาทำยังไง?”
“ปาไม้กวาด ทุบลูกท้ออะไรพวกนี้ แล้วก็กระโดดไปมา ร้องเสียงดังโวยวาย แต่ก็สนุกดีนะ ดูโง่ไปหน่อย แต่พวกเขาก็ตรงไปตรงมากว่านาย ตะโกนแล้วก็ลงมือเลย ใครจะมัวพูดมากเหมือนนายกัน” ลิงตอบด้วยมาดขรึม
ฟางเจิ้งหัวร้อน “…ไอ้ล