อู้หมิงหยิกตัวเอง เจ็บ! ไม่ใช่ความฝัน!
อู้หมิงมองฟางเจิ้งด้วยความหวาดกลัว “ฟางเจิ้ง? แกเป็นผีหรือคนกันแน่?”
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “อาตมาเป็นผีหรือคนไม่สำคัญ สำคัญคือท่านเป็นผี ท่านตายไปแล้ว มีอะไรสั่งเสียไหม?”
พอได้ยินว่าตนตายไปแล้วอู้หมิงก็คิดถึงครอบครัว คิดถึงสิ่งต่างๆ ในอดีต เขาเสียสติไปทันที กุมใบหน้า คุกเข่าลงพื้น ร้องไห้โฮเสียงดัง “ฉันตายแล้วเหรอ? ฉันตายแล้วจริงๆ เหรอ? เป็นไปได้ยังไง? ฉันไม่ยอม”
“ถึงตอนนี้ท่านยังไม่สำนึกอีกหรือ?” ฟางเจิ้งถาม
“ฉันรู้ว่าฉันผิด แต่ฉันไม่มีทางเลือก! ฉันแค่อยากใช้ชีวิตต่อไปอย่างสุขสบาย ให้ลูกเมียฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีอะไรผิดอย่างนั้นเหรอ? เงินในวัดเอาไปให้คนยากจนได้ แต่ให้ฉันบ้างไม่ได้? พวกเขามีสิทธิ์อะไรที่ได้รับการช่วยเหลือ แต่ฉันไม่ได้? ฉันไม่ยอม!” อู้หมิงร้องโวยวาย
“ท่านจะเอาเงินมากขนาดนั้นไปทำอะไร?” ฟางเจิ้งถาม
“ลำบากมาทั้งชีวิตแล้วก็อยากมีชีวิตดีๆ บ้างสิ ลูกโตขึ้นทุกวัน ฉันต้องเก็บเงินขอเมียกับสร้างกิจการให้พวกเขานี่?” อู้หมิงตอบอย่างมั่นใจด้วยเหตุผล
“มีครอบครัวแล้วท่านยังออกบวชอีก?” ฟางเจิ้งงง ไม่นึกเลยว่าอู้หมิงจะมีครอบครัวแล้ว
อู้หมิงตอบ “แกคิดว่าฉันอยากเหรอ? แต่ฉันไม่มีทางเลือกอื่น เป็นหนี้ไม่มีทางหนี สุดท้ายก็ได้แต่ออกบวช นักบวชมีเท่าไร เงินมากขนาดนั้นหยิบมาใช้ตามใจนิดหน่อยก็พออยู่ได้แล้ว น่าเสียดายไอ้โง่หงเหยียนนั่นโบราณคร่ำครึเกิ