เขาเหมือนแหวกเมฆออกได้เห็นดวงตะวัน เห็นเส้นทางอนาคตชัดเจน! นั่นไม่ใช่เส้นทางที่ปูด้วยเงินทอง แต่เป็นฟ้าดินใสสะอาด!
ตอนนี้หงเสียงตระหนักแล้ว
ขณะเดียวกันฟางเจิ้งได้ยินเสียงคุ้นเคยข้างหู
“ติ๊ง! ยินดีด้วย หงเสียงตระหนักแล้ว กลับใจมีรางวัลบวกหนึ่ง พยายามต่อไป”
ฟางเจิ้งได้ยินก็ยิ้มเจิดจ้ากว่าเดิม
หลวงจีนไป๋อวิ๋นเห็นดังนั้นจึงแอบพยักหน้าเงียบๆ ‘ฟ้าถล่มไม่ตระหนก ไม่สะทกสะท้าน เหมาะแก่การเพาะบ่ม’
หลวงจีนไป๋อวิ๋นไม่สนใจความสงสัยของทุกคน แต่ยิ้มกล่าว “อมิตาพุทธ หลวงพี่ฟางเจิ้ง เชิญข้างใน” ส่วนเรื่องก่อนหน้านี้เขาไม่เอ่ยถึงเลย
หลวงพี่หงจิงเหงื่อซึมหน้า ทว่าหลวงจีนไป๋อวิ๋นเชิญด้วยตัวเองแบบนี้เขาก็ไม่ควรถามต่อแล้ว ได้แต่อดกลั้นเอาไว้ เพียงแต่ว่ายังมีความไม่พอใจอยู่ภายใน คิดว่าฟางเจิ้งแสร้งทำให้ตัวเองดูลึกลับเพื่อลวงหลอกคนอื่น
ทุกคนขึ้นเขาไปพร้อมกัน ระหว่างทางทุกคนคุยกันเรื่องธรรมะ ดูสนุกสนาน ฟางเจิ้งได้แต่ฟังเงียบๆ แทรกไม่ได้เลย ช่วยไม่ได้ เทียบกับนักบวชที่ศึกษาพระธรรมมาหลายสิบปีเหล่านี้แล้ว เขาแทรกไม่ได้จริงๆ ใครถามอะไรเขาก็ได้แต่ยิ้มไม่ตอบ ทุกคนจึงคิดว่าเขาลึกลับยากจะคาดเดา คนที่ใช้ต้นกกข้ามฟากได้จะไม่เข้าใจที่พวกเขาคุยกันเหรอ? ดังนั้นจึงมองว่าฟางเจิ้งกำลังใช้ปริศนาธรรมคุยกับพวกเขา แต่ทุกคนคิดจนสมองแทบระเบิดก็ยังไม่เข้าใจว่าฟางเจิ้งยิ้มอะไรกันแน่…
ฉะนั้นคนที่ไม่ไหวจึงถอยออกมา
นี่เป็นสิ่งที่ฟาง