ราวๆ ร้อยรูป!
กลุ่มคนสองกลุ่มหยุดกลางคัน จากนั้นตะลึงงัน
ตอนนี้เองเฮยเกอพลันตรงเข้ามาร้องเสียงดัง “ไต้ซือไป๋อวิ๋น ท่านตัดสินผมเถอะ พวกเราเป็นคนขับเรือ จะรับใครไม่รับเป็นสิทธิ์ของพวกเรา แต่หลวงจีนนี่ลงโทษตู้เหล่า ตู้เหล่าอายุปูนนี้แล้ว…”
“หลิวเฮยจื่อ หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!” ตู้เหล่าตรงเข้ามาอุดปากหลิวเฮยจื่อไว้
หลวงจีนไป๋อวิ๋นมองหลิวเฮยจื่อที่ทำหน้าไม่ยอม ก่อนมองฟางเจิ้งกับตู้เหล่า ตู้เหล่ามีสีหน้าโกรธและละอายใจ ฟางเจิ้งมีสีหน้าสบายๆ ยิ้มอบอุ่นเต็มไปด้วยความร่าเริง เอกลักษณ์อ่อนโยนยากจะให้คนมองว่าเขาอยู่กับนักบวชด้วยกัน ที่มากกว่านั้นคือจะมองข้ามจีวรและฐานะอีกฝ่ายไป แต่มองว่าเขาเป็นเด็กหนุ่มร่าเริงคนหนึ่ง
หลวงจีนไป๋อวิ๋นพยักหน้าให้ฟางเจิ้งเล็กน้อย ก่อนประนมสองมือ “อมิตาพุทธ อาตมาไป๋อวิ๋นเจ้าอาวาสวัดเมฆาขาว นักบวชท่านนี้แปลกตา ขอถามหน่อยท่านบำเพ็ญเพียรที่วัดใด ชื่อแซ่อะไร?”
ฟางเจิ้งมองไต้ซือที่มีเมตตาตรงหน้าเหมือนเห็นหลวงจีนหนึ่งนิ้วรางๆ ใบหน้าเมตตาแบบนี้ ดวงตาใสสะอาดชั่วกาลนานอย่างยิ่ง เหมือนกับน้ำแร่ในบึงน้ำ หลวงจีนหนึ่งนิ้วเคยบอกว่าดวงตาคือหน้าต่างของจิตใจคน คนที่มีดวงตาใสสะอาดจะต้องมีจิตใจงดงาม เป็นนักบวชต้องชะล้างจิตใจทุกคืนวัน
หลวงจีนไป๋อวิ๋นตรงหน้าเป็นพระอาจารย์ที่บรรลุธรรมอย่างเห็นได้ชัด ฟางเจิ้งจึงรู้สึกเคารพเข้าไปใหญ่ ประนมสองมือตอบ “อมิตาพุทธ อาตมาฟางเจิ้งเจ้าอาวาสวัดเอกดรรชนี