้าเล็กน้อยแล้วไปยังท่าเรือ
“ขอโทษนะ ไม่มีที่แล้ว ท่านรอเรือลำต่อไปเถอะ” ชายร่างกำยำขวางฟางเจิ้งไว้
ฟางเจิ้งมองเรือที่ยังมีที่ว่างพลางตอบกลับ “อมิตาพุทธ โยม บนเรือก็ยังมีที่อยู่นี่?”
“ขอโทษ เรือพวกเรานั่งกันแค่นี้ ท่านรอลำต่อไปเถอะ” ผู้ชายพูดจบก็กระโดดขึ้นเรือ ติดเครื่องยนต์แล่นไป
ฟางเจิ้งเหงื่อซึม นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทว่าเขาก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้มันแปลกๆ เล็กน้อย
ฟางเจิ้งรออยู่ครู่หนึ่งเรือลำต่อไปก็มาถึง แต่พอเขาจะขึ้นเรือก็ยังถูกขวางเอาไว้ สุดท้ายคนที่ขึ้นเรือพูดกับฟางเจิ้งตรงๆ ว่า “เณร ท่านอย่าเสียแรงเปล่าเลย จะบอกให้นะ ท่านไปทำให้ใครไม่พอใจมาก เรือพวกเราไม่ต้อนรับท่าน ถ้าแน่จริงก็ว่ายน้ำไป ถ้าไม่อย่างนั้นก็คิดเอาว่าจะแก้ปัญหายังไง”
ฟางเจิ้งมึนงงกว่าเดิม ตลอดทางมานี้นอกจากโจรพวกนั้นแล้วก็ไม่ได้ล่วงเกินใครนี่?
คิดไปคิดมาก็นึกออกอยู่บ้าง ดูท่าเขาคงไม่มีทางนั่งเรือข้ามไปได้แล้ว จึงร้อนใจเล็กน้อย
ถึงพิธีสวดมนต์เพื่อสิริมงคลต้องรับฤดูใบไม้ผลิจะจัดวันมะรืน แต่วันนี้เป็นวันที่นักบวชจากวัดจำนวนมากรวมตัวกัน ถึงยังไงพิธีใหญ่ขนาดนี้รวมนักบวชจากวัดต่างกันมากมาย จึงต้องจัดเตรียมก่อนล่วงหน้าเป็นธรรมดา ตามกฎแล้ววัดที่ไม่มาในวันนี้จะถูกยกเลิกสิทธิ์เข้าร่วมพิธีสวดมนต์เพื่อสิริมงคลต้องรับฤดูใบไม้ผลิ นี่ยังเบา ที่สำคัญคือวัดเมฆาขาวเชิญคุณด้วยตัวเอง แต่คุณไม่มา? นี่เรียกว่าตบหน้าวัดเมฆาขาวรึเปล่า? จ