ปล่า!
หลายนาทีต่อมาหลู่ซวงซวงไม่ร้องไห้แล้ว แต่ฟางเจิ้งกลับตาแดง ใช้กำลังวังชามากเกินไป! จะตายอยู่แล้ว! ภาวนาในใจไม่หยุด ‘ย่าแม่งเอ๊ย เธอรีบออกมาจากปมในใจสักที ไม่อย่างนั้นฉันจะมรณภาพแล้วนะ! ละครรักนี่มันเป็นพิษร้ายแรงมาก…’
สุดท้ายภายใต้การปลอบโยนของหานเซียวกั๋ว ในที่สุดหลู่ซวงซวงก็คิดได้ กลับมาสดใสอีกครั้ง เอ่ยด้วยความมั่นใจ “วางใจ ฉันจะให้คุณมีความสุขไปด้วย จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข! คุณจะได้อยู่ในใจฉันตลอดไป ไม่ว่าตอนไหน ไม่ว่าทุกอย่างนี้เป็นความฝันหรือความจริง ฉันเชื่อว่าคุณอยู่ในใจฉัน!”
หานเซี่ยวกั๋วอึ้ง
ฟางเจิ้งก็อึ้ง จากนั้นเข้าใจแจ่มแจ้งก่อนหัวเราะเสียงดังลั่น
หานเซี่ยวกั๋วหัวเราะตาม…
ต่อมาภาพโดยรอบแตกออก ฟางเจิ้งตะโกนเสียงดัง “อมิตาพุทธ ยินดีด้วยโยม!”
หลู่ซวงซวงเห็นว่าทุกอย่างตรงหน้าหายไป แค่หนึ่งพริบตาทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว! เมืองหายไป เธอยังคุกเข่าอยู่กลางอุโบสถ โดยรอบเงียบสงบ มีเพียงเสียงลม กลิ่นหอมจางๆ ทำให้จิตใจสงบ
ได้ยินเสียงสวดของฟางเจิ้ง หลู่ซวงซวงจึงยืนขึ้นหันไปมองฟางเจิ้ง กล่าวด้วยความเคารพ “ขอบคุณไต้ซือที่ช่วยชี้แนะมากค่ะ!”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “เป็นโยมที่เป็นคนเข้าใจง่าย อาตมาเพียงแค่ช่วยเล็กน้อยเท่านั้น”
“ไต้ซือ ท่านไม่โกรธที่ฉันไม่เชื่อพุทธศาสนาเหรอคะ?” หลู่ซวงซวงยิ้ม สุดท้ายเธอก็ยังเห็นพิรุธ เลยนึกถึงสิ่งต่างๆ มากมาย กระทั่งตระหนักว่าทุกอย่างตรงหน้าเป็นของปลอม ทว