่ได้! ตอนนี้ข้าวผลึกกลายเป็นอาหารชั้นหนึ่งของมันไปแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ขาดไม่ได้!
ดังนั้นกระรอกน้อยจึงลงมาภายใต้ความหลงระเริงในอำนาจของฟางเจิ้ง
ฟางเจิ้งกระซิบข้างหูกระรอกบอกเรื่องราวชีวิตของเสียวหมี่ลี่ กระรอกน้อยเกาหัว มองฟางเจิ้งอย่างระแวง “ฉันจะเล่นกับเธอ แต่นายห้ามขโมยเมล็ดสนของฉัน!”
“ขี้งกจริงๆ ใจกว้างหน่อยไม่ได้รึไง? เอามาสองอันดูแลแขกหน่อยไม่ได้เหรอ? ถือว่าฉันยืมก็ได้ แล้วเดี๋ยวสักวันเราไปเก็บใหม่ด้วยกันดีไหม?” ฟางเจิ้งหมดคำจะพูด เจ้าตัวน้อยหวงของนี่ทำให้เขาหมดคำจะพูดจริงๆ
กระรอกเอียงศีรษะตรึกตรอง ไม่รู้ว่าคำนวณอะไรอยู่ สุดท้ายก็ทำหน้าไม่แยแส “นายนี่โง่นัก ไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี”
จากนั้นเจ้าตัวน้อยขึ้นไปบนต้นไม้ ไม่นานก็เอาเมล็ดสนออกมาจริงๆ ฟางเจิ้งมองแวบแรกก็พูดไม่ออก เจ้าขี้งกเอาเมล็ดสนออกมาแค่สองเมล็ดจริงๆ!
ส่วนเสียวหมี่ลี่มองฟางเจิ้งกับกระรอกตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ พูดให้ชัดคือกำลังมองกระรอกน้อย! เห็นฟางเจิ้งคุยกับกระรอกได้ดวงตาโตของเธอเปล่งประกายไม่น้อย โดยเฉพาะหลังจากเห็นความฉลาดของกระรอกแล้ว ก็ชอบยิ่งกว่าเดิม
เพียงแต่ว่าเด็กน้อยมีความกลัวและอาย ไม่กล้าตะโกนเรียกกระรอก เพียงแค่ใช้ดวงตาโตสดใสมองกระรอกด้วยความปรารถนาและเฝ้าหวังอย่างมาก
ฟางเจิ้งเห็นแบบนั้นก็เคาะกระรอกน้อย “จะให้ฉันดูของขวัญทำไม? ยังไม่ให้ไปอีก?”
กระรอกน้อยไต่ไปตามจีวรฟางเจิ้ง จนเมื่ออยู่ระดับความสูงเท่าเสียว