หลังแข็งตัวแล้วยังไม่มีสิ่งปนเปื้อนแม้แต่นิด ราวกับก้อนผลึก สวยมากๆ! เพียงแต่ว่าไม่มีขอบและมุม เป็นรูปลักษณ์ที่เหมือนขัดเงาจนเป็นเพรช ฟางเจิ้งลูบดูแล้วไม่แย่กว่าเพรชเลย!
ฟางเจิ้งเจาะรูอีกรูบนโคมไฟน้ำแข็งให้ลมผ่าน จากนั้นแขวนโคมไฟน้ำแข็งขึ้นไปอย่างสำราญใจ แขวนไว้ตรงหัวกำแพงวัด จากนั้นหาเทียนสักเล่มจุดไฟใส่เข้าไปในโคมไฟน้ำแข็ง และเพราะข้างบนมีลมผ่านเลยไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีอากาศและเทียนจะดับ ขณะเดียวกันรอบๆ โคมไฟน้ำแข็งยังมีน้ำแข็งปกป้อง เลยไม่ต้องกลัวว่าลมจะดับไฟ
แม้แสงเทียนจะไม่สวย แต่เมื่อสะท้อนออกมาจากผลึกถังน้ำทรงกลมแล้วก็ดูสวยงามอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งมีลมเบาๆ เข้าไป พัดแสงเทียนสว่างวูบวาบ สั่นไหว แสงข้างนอกก็ขยับไหวและสั่นตาม ราวกับไฟนีออน ดูสวยจริงๆ!
ทว่าพอเห็นโคมไฟน้ำแข็งแล้ว กระรอกน้อยกับหมาป่าก็ทนไม่ไหวอีก กระโดดไปมา อยากจะได้โคมไฟน้ำแข็งของตัวเองบ้าง
ฟางเจิ้งด่าทอยิ้มๆ “พวกนายสองคนอยากได้โคมไฟน้ำแข็ง? ได้ ไปตักน้ำมาเอง!”
หมาป่าเดียวดายกับกระรอกวิ่งไปตักน้ำทันที ไม่นานตรงรังเล็กของกระรอกมีโคมไฟน้ำแข็งเท่าแก้วน้ำเพิ่มมา ตรงหน้าบ้านหมาป่าเดียวดายก็มีโคมไฟน้ำแข็งใหญ่ๆ เช่นกัน ทว่าในโคมไฟเจ้าสองตัวนี้ไม่มีเทียน ช่วยไม่ได้ ฟางเจิ้งมีเทียนไม่กี่เล่ม จะสิ้นเปลืองไม่ได้
แม้จะเป็นอย่างนั้น แต่กระรอกกับหมาป่าก็มีความสุข
ฟางเจิ้งเล่นจนสนุกใหญ่ คิดว่าจะทำโคมไฟน้ำแข็งเพิ่มอีกไว้บนเขา