เฉินจินดึงซูหงเดินไปข้างนอก ซูหงได้แต่ยิ้มอย่างจำใจ พูดกับฟางเจิ้ง “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ปีหน้าอาจะมาอีก! ตอนนั้นเก็บไว้ให้อาชามหนึ่งด้วย!”
ฟางเจิ้งประนมมือ “โยมวางใจ”
เฉินจินดึงซูหงเดินไปไกล แต่ฟางเจิ้งกลับมีสีหน้าพิลึก เขาไปหาเรื่องใครรึเปล่า? ทำไมถึงรู้สึกว่าสายตาที่เฉินจินมองเขาถึงเหมือนมีความแค้น? ทว่าฟางเจิ้งขี้เกียจจะสนใจ เลยกลับไปเตรียมอาหารเย็น
ส่วนเฉินจินกับซูหง ฟางเจิ้งไม่ค่อยใกล้ชิดกับพวกเขามาก รู้แค่ว่าเฉินจินมีลูกเยอะ จะออกข้างนอกทุกวัน ซูหงก็ตามออกไปบ่อยๆ สุดท้ายถึงกลับมาอยู่ที่หมู่บ้าน…
ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สึกผิดต่อเรื่องที่สองคนนี้ไม่ได้กินโจ๊กล่าปาเลย อีกอย่างรู้สึกผิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็เขาไม่มีจริงๆ!
พอกลับหมู่บ้าน เฉินจินพบว่าเดินไปที่ไหนก็จะได้ยินทุกคนคุยกันเรื่องโจ๊กล่าปา ผู้ใหญ่ เด็กต่างมีสีหน้าตื่นเต้น ทว่าในใจเขากลับย่ำแย่ยิ่ง! อิจฉาริษยาคละปนกันเป็นความเกลียดชัง!
‘ไอ้ห่าฟางเจิ้ง นี่มันเกินไปแล้ว! แย่งคนของฉันแล้วยังทำให้ฉันขายหน้าอีก!’ เฉินจินกลับไปด้วยความโมโห ไม่ออกจากบ้านอีก ถ้าไม่เห็นก็จะไม่หงุดหงิด
เข้าสู่กลางคืน ฟ้ามืดลง หิมะตกหนักอีกรอบ…
ครั้งนี้หิมะตกต่อเนื่องกันหนึ่งสัปดาห์ สั่งสมจนหนาหนึ่งเมตร ถือว่าเป็นหิมะกองใหญ่ที่พบเห็นได้น้อยในช่วงหลายสิบปีมานี้
หลายวันมานี้ฟางเจิ้งไม่ต้องกวาดฝุ่นแล้ว แต่ลำบากกว่านั้น!
หิมะทางภาคเหนือสะอาดมาก ไม่มีฝุ่นและใบไม้