ทั้งยังไม่มีอุจจาระนก ที่ต้องจัดการมีอย่างเดียวคือหิมะ! หิมะที่กวาดยังไงก็ไม่หมด!
หิมะตก ลมพัดพาหิมะ ในวัดมีกำแพง หิมะจึงตกกองขวางทางเดินง่ายมาก ถ้าจัดการไม่ทันเวลา หากคิดจะจัดการจะยากแล้ว…
ฟางเจิ้งใช้ทุกวิถีทางจัดการกับกองหิมะ ทั้งกวาด ทั้งพลั่วเหล็กโกย หมาป่าเดียวดายก็ใช้แผ่นไม้ผลักหิมะ สรุปทุกๆ หนึ่งถึงสองชั่วโมงจะออกมาทำความสะอาดหนึ่งครั้ง ต่อให้เป็นกระรอกก็ไม่ว่างงาน มันช่วยจัดการกับกองหิมะบนหลังคาเป็นบางครั้ง อย่างเช่นตอนที่หมาป่าเดียวดายเดินผ่าน มันจะผลักกองหิมะตกลงไปโดนหมาป่าบางตัว…
เพราะหิมะตกหนัก หลายวันมานี้เลยไม่มีคนขึ้นเขามาไหว้พระ วูบเดียวผ่านไปอีกหลายวัน…
ฟางเจิ้งยืนอยู่บนยอดเขา มองสายลมรุนแรงส่งเสียงมาแต่ไกล เห็นหมู่ภูเขารางๆ มือข้างหนึ่งไพล่หลัง มีสีหน้าเจ็บปวดน่าสงสาร ทั้งยังมีความลึกซึ้งราวกับตระหนักในสัจธรรมว่ามันว่างเปล่านัก…
แชะ!
สีหน้าเมื่อครู่หายไป ก่อนเอามือถือกลับมาดู ยิ้ม “รูปนี้ไม่เลว หล่อมาก!”
ไม่ผิด เจ้านี่ไม่ได้กำลังตระหนักรู้ฟ้าดิน แต่กำลังถ่ายรูปตัวเอง…
ฟางเจิ้งแชร์ภาพที่ถ่ายมาลงในหน้าโซเชี่ยวตัวเอง หลังจากครั้งก่อนที่ฟางอวิ๋นจิ้งวานให้เขาถ่ายภาพ เขาก็ติดนิสัยว่างๆ ชอบมาถ่ายภาพสวยๆ สักสองรูป
ขณะที่ฟางเจิ้งเตรียมจะกลับวัดนั้น พลันมีเสียงประทัดแว่วมาจากตีนเขา ตามด้วยเสียงประทัดคู่ดังต่อเนื่อง!
ฟางเจิ้งมองไปใต้เขา ตรงนี้เห็นหมู่บ้านเอกดรรชนีพอดี วันนี้