ิ่มรึไง?”
“เฉินจิน ถ้านายนอนไม่หลับก็ช่วยออกมาคุยกันหน่อย มัวนั่งอยู่ในนั้นทำไม? ฉันจะบอกให้นะ โจ๊กล่าปานั้น จึ๊ๆ…หอมจริงๆ!” เสียงซ่งเอ้อโก่วดังแว่วมา
“อย่าไร้สาระ แค่โจ๊กล่าปาจะดีแค่ไหน?” เฉินจินกล่าว
“เฮ้ นายยังไม่เชื่ออีกเหรอ? ไม่เชื่อก็ถามทุกคนดู คนที่เคยกินน่ะไม่มีใครบอกว่าไม่อร่อย!” ซ่งเอ้อโก่วตอบ
“จริงๆ! เฉินจิน ซ่งเอ้อโก่วไม่ได้หลอกนายนะ! รสชาตินั่นสุดยอดมาก! ฉันโตมาขนาดนี้ยังไม่เคยกินโจ๊กที่อร่อยขนาดนี้มาก่อน! ไม่ใช่สิ อาหารเลิศรสอะไรพวกนั้นเทียบไม่ได้กับโจ๊กชามนี้เลย” มีคนพูดเสริม
เฉินจินโต้ตอบ “ไร้สาระ นายเคยกินอาหารเลิศรสกับเขาด้วยเหรอ? แค่ปลาในแม่น้ำก็ใช้ฉลองปีใหม่นายได้แล้ว! เจ้าฟางเจิ้งยังมีปัญหาเรื่องปากท้องอยู่เลย จะแจกจ่ายโจ๊กล่าปา? อย่าไร้สาระ!”
“นี่! นายยังไม่เชื่ออีก? ไม่เชื่อก็ช่าง! พวกเรากินกันเอร็ดอร่อยก็พอแล้ว นายนอนบนเตียงคิดถึงปลาของนายไปเถอะ!” อีกฝ่ายเอ่ย
พูดจบ ด้วยความที่อีกฝ่ายตะโกนกับเฉินจิน ข้างนอกเลยส่งไปปากต่อปาก คุยกันว่าทำไมร้อนแบบนี้? เพราะอะไร?
เฉินจินพลิกตัวไปมานอนไม่หลับ ทรมานจนหลังเที่ยงคืนถึงสะลึมสะลือหลับไป
วันที่สอง ฟ้าสาง
“นี่…ตาแก่! ตาแก่! นี่มันเกิดอะไรขึ้น! ทำไมฉันรู้สึกว่าตื่นนอนมาแล้วตัวเบาสบายแบบนี้ล่ะ?” หลู่เสียนคนรักของถานจวี่กั๋วตื่นนอนมาแล้วก็กระโดดไปมากับพื้น
ถานจวี่กั๋วที่ยังไม่ตื่นนอนลืมตาขึ้น กวาดสายตามองหลู่เสียน ก่อนหัวเร