าะ “เอาเถอะ เช้าขนาดนี้เป็นลมบ้าหมูรึไง แถมยังตัวเบาอีก…หืม? เฮ้ย!”
ถานจวี่กั๋วลืมตาขึ้น รู้สึกแปลกๆ ปกติตื่นนอนเวลานี้แล้วจะสมองเบลอๆ เล็กน้อย แต่วันนี้ชัดเจนเป็นพิเศษ! ลุกขึ้นนั่งแกว่งแขน เบาสบาย! จึงเอ่ยด้วยความตกใจระคนดีใจ “จริงด้วย! เฮ้ย สบาย! เหมือนกับอะไหล่ขึ้นสนิมได้ชโลมน้ำมันหล่อลื่นเลย สบาย!”
“ตาแก่ คุณว่ามันเกิดอะไรขึ้น? พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนี่? ทำไมจู่ๆ ถึงดีแบบนี้?” หลู่เสียนเป็นกังวล
ถานจวี่กั๋วหรี่ตาลง “สองวันนี้ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ แค่ใช้ชีวิตปกติตามเดิม มีอย่างเดียวคือขึ้นเขา กินโจ๊กล่าปา สรงน้ำพระ ถ้าบอกว่ามีปัญหาก็คงอยู่ที่ตรงนี้ล่ะ”
“จะเป็นไปได้ยังไง? แค่โจ๊กชามเดียวกับสรงน้ำพระเป็นไปได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ปีก่อนๆ พวกเราหลายคนก็ไปกินโจ๊กที่วัดผาแดงแล้วก็สรงน้ำพระด้วยนี่” หลู่เสียนกล่าว
ถานจวี่กั๋วส่ายหน้า “ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เอาเถอะ ร่างกายคุณดีแล้ว ไปทำกับข้าวเถอะ ผมจะออกไปเดินข้างนอก ดูว่าทุกคนเป็นยังไงบ้าง เอ่อ เรื่องตัวเบาสบายนี่อย่าไปพูดมั่วซั่วล่ะ ให้รอข่าวจากผมก่อน”
ถานจวี่กั๋วรีบสวมเสื้อผ้าพร้อมกับกำชับหลู่เสียน
หลู่เสียนยิ้ม “เอาเถอะ อย่ามัวพูดมาก จะฟังคุณทุกอย่างเลยพอใจไหม”
ถานจวี่กั๋วหัวเราะเหอะๆ แล้วออกจากบ้านไป
อีกห้อง
“ที่รัก ผะ…ผมรู้สึกว่ามันแปลกๆ” ถานหมิงพลันดึงตัวภรรยา
“อะไร? ฝัน? ฝันว่ากินโจ๊กล่าปาอีก?” ภรรยาถานหมิงพลิกตัว ถามขึ้นอย่างรำคาญ
ถานห