! เย็นวันนี้ฉันจะกินเนื้อสุนัข!” ฟางเจิ้งโกรธแล้ว ระวังป้องกันขโมยอย่างดี! ขวางขโมยน้อยได้แล้ว แต่กลับถูกหมาป่าเดียวดายชิงไปในช่วงที่เขาทะเลาะกับกระรอก! สายฟ้าผ่าลงมาข้างหลัง ฟางเจิ้งชินแล้วจึงไม่สนใจ!
ฟางเจิ้งถือไม่กวาดไล่ตามไป…หมาป่าเดียวดายเห็นดังนั้นก็วิ่งหนีสุดชีวิต เรื่องที่มันทำในวันนี้มันรู้ว่าต้องอนาถา แต่คิดถึงรสชาติโจ๊กล่าปาแล้วจึงไม่สำนึกเสียใจ! รสชาติ! อร่อยกว่าเนื้อ! อร่อยกว่าข้าวผลึก! อร่อยกว่าอะไร!
“หยุดเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่หยุด เย็นนี้อย่าหวังได้กินข้าว!” ฟางเจิ้งไล่ตามหมาป่าเดียวดายไม่ทัน เลยพูดข่มขู่
หมาป่าเดียวดายเห่าสองที
“นี่! นายยังอยากขึ้นสวรรค์งั้นเหรอ? กินข้าวสามมื้อยังไม่อิ่ม? ได้ จะให้นายอดข้าวสามวัน! พรุ่งนี้อาตมาจะหุงโจ๊กล่าปาจำนวนมาก แต่ไม่มีส่วนของนาย!” ฟางเจิ้งกล่าว
หมาป่าเดียวดายได้ยินดังนั้นก็นึกถึงรสชาติแสนอร่อยนั้น ขาอ่อนยวบหยุดลงทันที จากนั้นส่ายหาง แลบลิ้นเดินก้าวสั้นและเร็วกลับมา ทำท่าทางก้มหน้าลงแสดงความเคารพอีก เป็นการประจบสอพลอ ขณะเดียวกันยังเห่าไม่หยุด
“เพี๊ยะๆๆๆ!” ฟางเจิ้งกระหน่ำไม้กวาดลงไป แต่หมาป่าเดียวดายหนังหนา ฟางเจิ้งก็ทำใจออกแรงตีมันหนักๆ ไม่ลง ดังนั้นเจ้านี่จึงไม่เจ็บเลย แค่กระโดดอยู่กับที่เหมือนกับกระต่าย ซ้ำยังเห่าราวกับกำลังอธิบายบางอย่าง
“หึ! นายแค่อยากชิมรสชาติเหรอ ชิม! ชิม?! ชิมคำเดียว นายกินโจ๊กชามใหญ่ขนาดนั้นหมด? ยั้งใจไม่ไหว