? ยั้งไม่ไหวยังกล้าชิมอีกนะ? คอยดูเถอะ! เย็นวันนี้ไม่ต้องกินข้าว!”
ฟางเจิ้งรู้แล้วว่าภายใต้สถานการณ์ที่ใช้ความรุนแรงไม่ได้ ตีหมาป่าเดียวดายไม่เจ็บ กลับกันไม้กวาดใกล้จะพังแล้ว เขาปวดใจ ในวัดมีไม้กวาดไม่กี่อัน หักอันหนึ่งก็เสียไปอันหนึ่ง!
ดังนั้นหมาป่าเดียวดายจึงรอดไป สะบัดหางหัวเราะเหอะตามตูดฟางเจิ้ง กินก็กินไปแล้ว ถูกตีก็ไม่เป็นไร…
ขณะเดียวกันเกิดเสียงแก๊งดังขึ้น กระรอกพลิกชามใหญ่วิ่งออกมา เห็นชามเล็กถูกหมาป่าเดียวดายกินจนหมดก็โกรธจนร้องจี๊ดๆ ไม่หยุด แต่มันที่ไม่ยอมยังคงพุ่งไปยังข้างชามเล็กนั้น แต่ก็ต้องตกใจระคนดีใจ ในนั้นยังมีลูกบัวอีกเม็ด! เจ้าตัวเล็กตาเปล่งประกาย ตื่นเต้นจนวิ่งวนรอบชามเล็กสามรอบ ร้องจี๊ดๆ เหมือนกำลังเฉลิมฉลองบางอย่าง จากนั้นเตรียมเริ่มมื้ออาหาร!
เจ้าตัวเล็กกระโดดขึ้นเตรียมจะกิน!
แต่ว่า!
วิ้ง!
แสงทองวูบผ่าน ชามหายไป!
“จี๊ด!” เจ้าตัวน้อยร้องอย่างเศร้าสร้อยด้วยสีหน้าโกรธ
ปัง!
หัวมันดิ่งลงชนเข้ากับฐานเตา เจ้าตัวน้อยกุมหัว โกรธร้องเสียงดัง! กระโดดไปบนพื้น คว้าหินก้อนเล็กวางท่าเหมือนจะออกไปฆ่าเพื่อล้างแค้น
แต่พอออกประตู ก็เห็นฟางเจิ้งพาหมาป่าเดียวดายกลับมาแล้ว
“นี่ๆ เจ้าตัวน้อย ทำไมทำท่าทางเหมือนจะฆ่าคนอย่างนั้นล่ะ ในมือถืออาวุธอีก ทำไม จะก่อกบฏรึไง?” ฟางเจิ้งเห็นกระรอกน้อยเงยหน้าเชิดอกขึ้น มือถือก้อนหิน วางมาดจะสู้กับใครสักคนก็เลยหัวเราะ
กระรอกได้ยินดังนั้นก็โกรธร้อง