จี๊ดๆ ไม่หยุด กระโดดไปมากับที่ ทำท่าทางโกรธจนจะเป็นบ้า
“เอาเถอะ นายอย่าโกรธอาตมาเลย อาตมาก็ไม่ได้กินโจ๊กเหมือนกัน เจ้านี่กินหมดแล้ว ถ้านายไม่พอใจก็ซัดเต็มที่ ถ้ามันกล้าสวนกลับอาตมาจะช่วยนายจัดการมันเอง” ฟางเจิ้งกล่าว
พอกระรอกได้ยินก็หันหน้าไปจ้องหมาป่าเดียวดาย
หมาป่าเดียวดายมองฟ้า ทำเป็นไม่รับรู้อะไร
“จี๊ดๆๆ!” หลังกระรอกมั่นใจแล้วว่าฟางเจิ้งหนุนหลังจึงกระโดดพุ่งเข้าไปด้วยแรงวัว ขว้างหินก้อนเล็กพุ่งทะยานเข้าไป แต่ว่า…หมาป่าเดียวดายนอนหมอบอยู่กับพื้น กำลังเกาอย่างเอ้อระเหย ส่วนแรงของกระรอก? ไม่รู้สึก…
แต่ไม่นานนักหมาป่าเดียวดายก็เอ้อระเหยไม่ได้
เริ่มกินอาหารแล้ว ฟางเจิ้งย้ายโต๊ะเขียนอักษรไปไว้หลังลาน หลังจากโต๊ะตัวนี้ถูกยกขึ้นเขามาก็ไม่ได้เอาลงไป ถือว่าให้ฟางเจิ้งไปเลย
ตอนนี้ฟางเจิ้งเป็นคนที่มีโต๊ะกินข้าวแล้ว
เขานั่งอยู่ข้างๆ กระรอกนั่งอยู่บนโต๊ะ ถือก้อนข้าวหนึ่งก้อน ฟางเจิ้งกินข้าวผลึก ดื่มน้ำบริสุทธิ์ด้วยท่าทีสุขสบาย
กระรอกก็เลียนแบบท่าทางเหมือนกัน ทำริมฝีปากขมุบขมิบ
หมาป่าเดียวดายยืนเหมือนคนอยู่ข้างๆ โต๊ะ สองอุ้งมือเกาะขอบโต๊ะ แลบลิ้น ทำหน้ากระหาย แต่ฟางเจิ้งกับกระรอกเมินเฉย
“โฮ่งๆ…”
“นายกินโจ๊กไปแล้วนี่จะกินอะไรอีก? วันนี้จะสั่งสอนให้นายรู้กฏของวัดเรา! การขโมยกินมันน่าละอาย!” ฟางเจิ้งกล่าว
กระรอกก็พูดด้วยสองประโยค แม้หมาป่าเดียวดายจะไม่เข้าใจ แต่ก็แสดงท่าทีของตนอย่างชัดเจน
หมาป่า