ิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ…
‘หึๆ ลาหัวล้านตัวน้อยจะแข่งความอดทนกับฉันเหรอ? ฉันจะเล่นกับนาย ดูซิว่าสุดท้ายจะมาแตะต้องตัวฉันไหม!’ หลี่เฟิ่งเซียนนึกโกรธ ตรงส่วนลึกในแววตามีความดื้อรั้นอยู่ลึกๆ
และตอนนี้เอง ฟางเจิ้งกำลังจุดไฟอยู่หลังลาน หมาป่าเดียวดายวิ่งไปมาตลอด คอยรายงานสถานการณ์
“เฮ้อ ผู้หญิงคนนี้จริงๆ เลย เห็นๆ อยู่ว่าไม่ได้เป็นลม แต่ดันแกล้งเป็นลม อาการป่วยน่าจะหนักทีเดียว ช่างเถอะ เธอชอบนอนก็ให้นอนไป นายไปดูซิ ถ้าเธอทนไม่ไหวจนไปแล้วก็มาบอกฉันด้วย” ฟางเจิ้งพูดจบ หมาป่าเดียวดายสะบัดหางเดินออกไป ฟางเจิ้งเอ่ยเสริมไปอีกว่า “ถ้าหนาวจนแข็งก็มาแจ้งฉันด้วยนะ”
เวลาผ่านไปทีละนาที หลี่เฟิ่งเซียนหนาวจนฟันสั่นกระทบกันกึกๆ เห็นทีจะทนไม่ไหวเลยลุกขึ้นมา
ทว่ามีเสียงฝีเท้าดังแว่วมา หลี่เฟิ่งเซียนคิดในใจ ‘มาแล้ว! ฮ่าๆ…เณรทนสู้ฉันไม่ได้จริงๆ หึๆ ดูซิว่าจะอุ้มฉันขึ้นไปไหม! แค่กล้าอุ้มฉัน ฉันก็จะฉวยโอกาสโผเข้าไป มีกล้องอยู่หลายตัวด้วย หึๆ…ภารกิจสำเร็จสิ้นก็รับเงินแล้วชิ่งหนี! หลวงจีนเน่าเอ๊ย ช่วยตัวเองเถอะ! หืม ทำไมทิศทางเสียงเท้าไม่ถูกต้อง จำนวนมากกว่าเดิมด้วย…’
“ฟางเจิ้ง เกิดอะไรขึ้น ใครหมดสติเหรอ?” เสียงซ่งเอ้อโก่วดังแว่วมาจากนอกประตูใหญ่ จากนั้นซ่งเอ้อโก่วกับหยางหวาสองคนก็วิ่งเข้ามา
หลี่เฟิ่งเซียนได้ยินดังนั้นก็ร้อนใจ ด่าทอในใจยกใหญ่ ‘ไอ้หลวงจีนบ้า ถึงว่านานขนาดนี้ยังไม่มา ที่แท้โทรศัพท์เรียกคนนี่เอง! ไม่ไ