ตุผล
ฟางเจิ้งกล่าว “สีกา อาตมามีวิธีประคองโยมขึ้นมาแล้ว”
“จะวิธีไหนก็ช่างเถอะ เร็วๆ หน่อย บนพื้นหนาวจริงๆ…” ครั้งนี้หลี่เฟิ่งเซียนไม่ได้โกหก อากาศหนาวมาก หิมะเพิ่งตกด้วย หิมะแรกทางภาคเหนือจะหนาวมาก ทันทีที่หิมะตกจะละลายและถูกดูดซึมเข้าไปในพื้นดิน ภายใต้ความร้อนในอากาศกับการเปลี่ยนอุณหภูมิ ร่างกายคนเลยยังปรับตัวไม่ได้ โดยเฉพาะบนยอดเขาจะหนาวยิ่งกว่า
หลี่เฟิ่งเซียนนั่งอยู่ครู่หนึ่ง แม้จะมีเสื้อคลุมขนมิ้งตัวใหญ่รองก้น แต่ก็ยังหนาวอยู่ดี…รู้สึกว่าก้นใกล้จะแข็งแล้ว
เวลาต่อมา…
หลี่เฟิ่งเซียนแทบจะร้องไห้ เธอมองหมาตัวใหญ่ที่ประคองตัวเอง ก่อนมองฝุ่นทั้งตัวมันที่ถูกับตน ขนมิ้งแทบจะกลายเป็นเสื้อคลุมขนหมาป่าเทาตัวใหญ่ เธอพลันอยากจะร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ก่อนชำเลืองตามองฟางเจิ้งตรงหน้าที่ขาวสะอาดด้วยความคับแค้น คิดในใจว่า ‘เฉินจิ้งพูดถูก แกมันอันธพาลเน่าที่คลุมหนังหลวงจีนเท่านั้นแหละ ฉันไม่เชื่อว่าจะจัดการแกไม่ได้ คอยดูซิว่าจะเสแสร้งไปได้ถึงไหน!’
หมาป่าเดียวดายประคองหลี่เฟิ่งเซียนจนไปนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์ จากนั้นหมุนตัวกลับยกเท้าหลังเกาตัว ฝุ่นสีเทาคลุ้งในอากาศ…
หลี่เฟิ่งเซียนที่โดนฝุ่นเทาหัวเสีย “@#¥@%…”
ฟางเจิ้งไล่หมาป่าเดียวดายไป แล้วจึงถาม “สีกาดีขึ้นบ้างรึยัง?”
หลี่เฟิ่งเซียนไม่อยากคุยเรื่องเจ็บแล้ว เรื่องนี้ทำเธอเจ็บง่ายเกินไป หลี่เฟิ่งเซียนกลอกตาเปลี่ยนหัวข้อ “เณร ท่านชื่ออะไรเหรอ?”
“อาตมาฟางเจ