“แบ่งอะไร? ไต้ซือ พวกเราขอบริจาค! ท่านเป็นคนมีความสามารถจริงๆ วัดนี้ซอมซ่อเกินไปแล้ว ห้าแสนนี่พวกเราบริจาคให้ท่านให้ซ่อมแซมวัด ไต้ซือมีเลขบัญชีไหมครับ?” โหวจื่อเคยมีอุทาหรณ์มาก่อน จึงขัดคำพูดอู๋ฉางสี่ทันที
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็ดีใจใหญ่ ถ้าแบ่งเขาจะรับไม่ได้ แต่ถ้าบริจาคแน่นอนว่าได้ และเขาก็มีบัตรธนาคารเหมือนกัน ใช้ได้พอดี
ฟางเจิ้งตอบ “อมิตาภพุทธ ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณพวกโยมมาก”
“ไต้ซือ ท่านดูสิใกล้จะเที่ยงแล้ว มื้อเที่ยง…” พั่งจื่อลูบท้อง แลบลิ้นหัวเราะแหะๆ ความหมายไม่มีชัดเจนกว่านี้อีกแล้ว เจ้านี่อยากกินข้าวผลึกของฟางเจิ้ง!
ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย ตอบกลับเรียบๆ “วัดนี้เป็นวัดเล็ก ไม่ดูแลเรื่องอาหาร ถ้าโยมหิวก็รีบลงเขาเถอะ”
รอยยิ้มพั่งจื่อจางหายไป “ไต้ซือ ให้กินไม่ได้เหรอครับ? ดีชั่วยังไงพวกเราก็ตักน้ำเต็มโอ่งนะครับ”
ฟางเจิ้งส่ายหน้า “น้ำได้ ข้าวไม่ได้ ครั้งก่อนเพราะพวกโยมใช้แรงมากเกินไป แถมไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันเลยให้กิน เดี๋ยวจะเป็นลมบนเขา ครั้งนี้พวกโยมยังลงเขาได้ ถ้าอยากกินข้าวในวัด รอวัดนี้เป็นวัดขนาดกลางก่อนค่อยมาใหม่นะ จะดูแลอย่างเต็มที่เลย”
พั่งจื่อจนปัญญา มองวัดเล็กพลางถามขึ้นว่า “ไต้ซือ แล้วเมื่อไรเลื่อนชั้นเหรอครับ?”
ฟางเจิ้งส่ายหน้าเบาๆ “การเลื่อนชั้นวัดต้องดูที่แสงธูป ดูขนาด ตอนนี้อาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน…”
โหวจื่อตบบ่าพั่งจื่อ “อยากกิน กลับไปก็ช่วยไต้ซือประกาศวัดสิ”
พั่งจื