ยจะมาด่าเขาที่หน้าวัดกัน?
โอวหยางเฟิงหวาพูดอย่างตรงไปตรงมาจนนักเขียนพู่กันจีนคนหนึ่งจากสมาคมศิลปะพู่กันจีนเมืองเฮยซานเข้ามา “เฟิงหวา อย่าคุยกับเขาเลย หลวงจีนวัดเล็กแบบนี้จะเข้าใจพู่กันจีนได้ยังไง? ถ้าเขาชนะ ฉันจะกินโต๊ะ!”
ฟางเจิ้งชำเลืองตามอง อีกฝ่ายตัวไม่สูง อยู่ราวๆ หนึ่งเมตรเจ็ดสิบ หน้าตาธรรมดา แต่กลับมีความหยิ่งยโส ความหยิ่งที่ว่าไม่ได้มีแค่กับฟางเจิ้ง ต่อให้เป็นตอนที่เจอคนจากสมาคมเมืองซงอู่ก็ยังพกไปด้วย เห็นได้ชัดว่าเขาดูถูกคนพื้นที่เล็กๆ นี่คือคนที่มีทัศนคติเย่อหยิ่งคิดว่าตนสูงศักดิ์ ช่ำชองเรื่องการเย้ยเยาะคนอื่น
ฟางเจิ้งยิ้มน้อยๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่จำคำพูดอีกฝ่ายเอาไว้แล้ว
โอวหยางเฟิงหวากลับหัวเราะ “เหลียงอวี้ควน นายพูดเองนะ ถึงตอนนั้นอย่ามาสำนึกเสียใจล่ะ”
“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ!” เหลียงอวี้ควนพูดอย่างมั่นใจ จากนั้นเอ่ยกับฟางเจิ้ง “เณรน้อย ฉันว่านะนายปิดประตูไม่ร่วมการประลองจะดีกว่า ถึงจะมีชื่อเสียงเสียหายเรื่องหนีการประลอง แต่ก็ดีกว่าแพ้นะ”
ขนาดพระโพธิสัตว์ดินเหนียวยังมีไฟลุกขึ้นหัวสามจั้ง แล้วนับประสาอะไรกับหนุ่มเลือดกำลังร้อน? ฟางเจิ้งยิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องห่วง โยมเตรียมยาแก้ท้องอืดเอาไว้เถอะ”
“ระบบย่อยฉันดี ต้องใช้ด้วยเหรอ?” เหลียงอวี้ควนถามกลับ
ฟางเจิ้งยิ้มแต่ไม่ตอบ ส่วนโอวหยางเฟิงหวาหัวเราะก่อนดึงเหลียงอวี้ควนไป
ไม่นานก็เตรียมการประลองเสร็จ เจียงซงอวิ๋นเป็นหัวหน้าสมาคม