่าไอ้สองคนนี้จะทำอะไร
“ทำงานเพื่อน้ำแก้วเดียว? โง่รึเปล่า?” จิ่งเหยียนพึมพำ
อู๋ฉางสี่เคยดื่มน้ำบริสุทธิ์ของฟางเจิ้งมาแล้ว และก็เคยได้ยินโหวจื่อพูดถึงกฏฟางเจิ้งจึงได้สติทันที แต่คิดได้ว่าตนมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำจึงอดกลั้นเอาไว้ ทว่าก็ยังตะโกนไป “พวกนายสองคนเอามาให้ฉันชามหนึ่งด้วย!” อู๋ฉางสี่รู้ว่าฟางเจิ้งให้ดื่มน้ำฟรีแก้กระหายได้ แต่จะโลภดื่มมากกว่านั้น? ขอโทษ จะต้องทำงาน!
จิ่งเหยียนชำเลืองตามองอู๋ฉางสี่แวบหนึ่ง รู้สึกว่าจะต้องมีอะไรข้างในแน่ แต่พอตรึกตรองดีๆ น้ำแก้วเดียวจะมีอะไรได้? จึงเลิกคิดไป
ความคิดไชฟางไม่ต่างกัน ไม่ได้สนใจอะไร
ตอนนี้เองเสียงปึงดังขึ้น พั่งจื่อกับโหวจื่อแบกถังใหญ่มากออกมา คนพวกนี้เหม่อค้าง ถังใหญ่ขนาดนี้เลย?
ไชฟางอดไม่ไหวถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “พั่งจื่อ โหวจื่อ พวกนายทำอะไรน่ะ?”
โหวจื่อตอบอย่างปลื้มปีติ “ไม่เป็นไร พวกอาจารย์คุยกันไปเถอะ พวกผมจะลงเขาไปตักน้ำให้ไต้ซือ” พูดจบสองคนก็วิ่งไป
ไชฟางไม่ถามก็แล้วไป แต่ถามไปแล้วดันมีแต่เครื่องหมายคำถามและสีหน้างงงวย นี่มันเรื่องอะไรกัน?
จิ่งเหยียนชำเลืองตามองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง “เสแสร้ง อุบายไว้หลอกคนโง่หลอกคนโง่ได้จริงๆ เหรอเนี่ย?”
จิ่งเหยียนคิดว่าโหวจื่อกับพั่งจื่อถูกฟางเจิ้งหลอกด้วยอุบาย หลอกให้คารวะเป็นไต้ซือ แต่ฟางเจิ้งมองคนโง่สองคนนี้ไว้ใช้แรงงานเท่านั้น แม้พลังยุทธ์ของฟางเจิ้งจะใช้ได้อยู่บ้าง แต่เธอรู้สึกว่าไต้ซือไม่ค