เสี่ยวหลัวคือช่างกล้องข้างๆ ไชฟาง อายุไม่เยอะ พอได้ยินไชฟางพูดแบบนี้ก็อยากลอง โดยเฉพาะแววตาเล็กๆ นั่นเหลือบมองจิ่งเหยียนคนสวยตลอดเวลา
เดิมทีเฉินจิ้งจะยอมแพ้ อยากจะใช้ประโยชน์จากคนอื่น แต่เห็นแววตาเสี่ยวหลัวแล้ว ความอยากอวดภูมิของบุรุษปะทุขึ้นอีกครั้ง จึงพูดปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด “ไม่ต้อง เมื่อกี้เข้าใจผิด ครั้งนี้สำเร็จแน่! เหล่าเหมียว ช่วยฉันอีกที ดันฉันขึ้นไป!”
“เฉินจิ้ง เอ่อ ฉันว่านะให้เสี่ยวหลัวลองดีกว่าไหม?” เหล่าเหมียวถูกเฉินจิ้งทับใส่จนเกิดเงามืดภายในใจแล้ว
“ลองก็บ้าสิ! คนโบราณสอนพวกเราว่าถ้าตกที่ไหนจะต้องปีนที่นั่นให้ได้ ดันฉันขึ้นไป!” เฉินจิ้งพูดด้วยความโกรธ ขายหน้าไปแล้ว เขาจะต้องกู้หน้ากลับมาในเรื่องนี้ให้ได้!
เหล่าเหมียวจำใจต้องดันเฉินจิ้งปีนกำแพงอีกครั้ง เฉินจิ้งออกแรงทั้งหมดอีกครั้ง เริ่มปีนกำแพงขึ้นไป
ในอุโบสถ ฟางเจิ้งถือไม้กวาดพลางไล่ตามหนูที่วิ่งมั่วไปมา ขณะเดียวกันยังต่อว่า “หยุดเดี๋ยวนี้!็” ครั้งก่อนตะโกนเสียงดังกลัวว่าจะรบกวนพระโพธิสัตว์ ครั้งนี้เขาจึงลดเสียงลงมา
หนูกลับวิ่งเร็วกว่าเดิม ดวงตาเล็กกวาดมองแถมยังส่ายหาง
ฟางเจิ้งโกรธกว่าเดิม รีบไล่ตามไปยกไม้กวาดจะตี แต่นึกได้ว่าฆ่าสัตว์เป็นบาปเลยล้มเลิกความคิดแล้วยื่นมือไปคว้า
น่าเสียดายหนูเร็วมาก คว้ากี่ทีก็ได้แต่เงาแผ่นหลังสีเทา จากนั้นเกาะผ่านลูกประคำขึ้นไปบนคาน! นอนหมอบอยู่บนคาน มองฟางเจิ้งอย่างชั่วร้าย สะบัดฟางไป