เธอรอฉัน!”
พูดจบเฉินจิ้งก็กระโดดเกาะสันกำแพง จากนั้นออกแรงกระโดด…กระโดด…กระโดดๆ…จนตกลงมา
เห็นท่าทางขยะอย่างเฉินจิ้งแล้วจิ่งเหยียนมองค้อนไปทีหนึ่ง แล้วด่าทอเบาๆ “ขยะจริงๆ”
เฉินจิ้งหน้าแดงก่ำ รีบเรียกให้ช่างกล้องตนมาช่วย ดันก้นขึ้นไป พยายามปีนสุดชีวิตจนปีนขึ้นมาได้…
และในตอนนี้ฟางเจิ้งกำลังทำความสะอาดอุโบสถ แต่ก็เห็นว่าใต้โต๊ะในอุโบสถมีการเคลื่อนไหว จึงนอนหมอบดู เห็นหนูตัวหนึ่งกำลังซ่อนอยู่ข้างใน พอเห็นฟางเจิ้งมันก็วิ่งหนีไป!
ฟางเจิ้งพลันโกรธ อุโบสถเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ของพุทธ ในนี้บูชาเทวรูป! หนูเข้ามาไม่เท่าไร ทุกสรรพสัตว์อยู่ระดับเดียวกัน แต่เจ้านี่คาบเครื่องบรรณาการไว้ด้วยมันหมายความว่ายังไง? ไม่จุดธูป ไม่ไหว้พระ ไม่บริจาคเงินจุดธูป แถมยังขโมยของอีก?
ฟางเจิ้งตะโกนเสียงดัง “หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!”
แต่เฉินจิ้งที่ปีนขึ้นมาบนสันกำแพงกล้ามเนื้อบีบรัดตัวทั่วร่างเพราะความตึงเครียด สติตึงแน่นเปรี๊ยะ พอได้ยินเสียงตะโกนก็ตัวสั่น ตกลงมาดังโครม!
ดีที่ช่างกล้องข้างล่างมือเร็วรับเขาไว้ทัน แต่สองคนก็กลายเป็นน้ำเต้ากลิ้งไปบนพื้นพร้อมกัน
จิ่งเหยียนเห็นดังนั้นก็หมุนตัวกลับทนมองไม่ได้ ผู้ชายขยะแบบนี้เธอสงสัยว่าเติบโตมายังไง! ดูเณรนั่นสิ แค่โบกมือก็โยนหมาป่าออกไปแล้ว แต่เจ้านี่ร่างกายกำยำสูงใหญ่ แขนขากระชับ กลับปีนกำแพงไม่ได้…
“เฉินจิ้ง ถ้าไม่ไหวก็ให้เสี่ยวหลัวลองดูไหม?” ไชฟางตรงเข้ามาพูดด้วยความเป็นห่วง