่าเดียวดาย นักบวชชุดคลุมขาวประนมมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างคว้าหางหมาป่าเดียวดาย จากนั้นไม่มองจิ่งเหยียนแม้แต่หางตา ลากหางหมาป่าเดียวดายผู้ชั่วร้ายไป!
“สัตว์ป่ามาขโมยอาหารอีกแล้ว แถมยังคิดจะทำร้ายคน คิดว่าอาตมาไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตจริงๆ รึ? วันนี้เห็นแก่ว่ามีบุญกุศลเหลือล้นบนสวรรค์ จะไว้ชีวิตนายหนึ่งครั้ง รีบไปซะ!” ฟางเจิ้งลากหมาป่าเดียวดายไปนอกประตูแล้วสะบัดมือ มันถูกโยนออกไป! หมาป่าตัวเท่าลูกวัวอยู่ในมือฟางเจิ้งกลับเหมือนไร้สิ่งของ ถูกโยนออกไปไกลสิบกว่าเมตร!
จิ่งเหยียน ไชฟาง เฉินจิ้งรวมถึงช่างกล้องสามคนที่มองอยู่ตาค้างอ้าปากกว้าง!
หมาป่าหมุนติ้วกลางอากาศ ลอยไปตกลงบนพื้น ซ้ำยังเห่าใส่ฟางเจิ้งหลายที ทุกคนฟังไม่ออก คิดว่ามันน่าจะร้องโวยวายหรือไม่ก็กำลังพูดทำนองว่า พวกเราต้องได้เจอกันอีกแน่
มีเพียงฟางเจิ้งที่รู้ว่าหมาบ้ากำลังตะโกนว่า ‘นายให้ฉันปกป้อง แต่เดี๋ยวเดียวก็ขายฉันทิ้งแล้วเนี่ยนะ ฮือๆๆ ต้องเพิ่มข้าวเย็น!’
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นคิ้วถึงกับกระตุก ด่าทอไปว่า “ยังไม่ไปอีก?!”
หมาป่าเดียวดายรีบเก็บหางวิ่งไป
เห็นดังนั้น พวกจิ่งเหยียน ไชฟาง และเฉินจิ้งยิ่งตะลึงกว่าเดิม! เณรตัวบอบบางแข็งแรงขนาดนี้เชียว?
คนพวกนี้ไม่ใช่คนโง่ ฟางเจิ้งโยนด้วยมือเดียวแบบนี้ ต่อให้เป็นคนร่างกำยำก็ทำไม่ได้! ใช้มือเดียวคว้าหมาป่าหิวโซที่กระโจนเข้ามาก็ไม่มีทางที่คนธรรมดาจะทำได้! เณรรูปนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!
แต่รอจนพวกเขาไ