ีนที่เห็นในภาพเวยป๋อของอู๋ฉางสี่!
หลังยืนยันเป้าหมายแล้ว ความรู้สึกดีในใจจิ่งเหยียนพลันลดต่ำลงถึงจุดเยือกแข็ง คิดในใจว่า ‘หลวงจีนลวงโลกดีๆ นี่เอง แค่ศิลปะะการแสดงก็ชิงรางวัลออสการ์ได้เลย แทบจะหลอกสายตาเฉียบคมของเราได้! ศิลปะพู่กันจีนจะต้องฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานานและมีพรสวรรค์ รวมถึงมีอาจารย์ชื่อดังคอยชี้แนะถึงจะประสบความสำเร็จ หลวงจีนนี่อายุแค่นี้จะมีความสามารถแค่ไหนกัน? เขาต้องไม่ใช่คนที่เขียนอักษรในภาพนั้นแน่! แต่กลับเอาไปขาย เป็นพวกเปลือกนอกดูดีแต่ภายในเลวทรามอีกขั้นหนึ่งเลย!’
คิดได้ดังนั้นจิ่งเหยียนก็จะกล่าวออกไป
แต่ไชฟางเอ่ยไปก่อน “สวัสดีครับเณร พวกเราเป็นนักข่าวจากเมืองเฮยซาน ได้ยินว่าเณรจะประลองศิลปะะพู่กันจีนกับโอวหยางหวาไจผู้มีชื่อเสียงด้านศิลปะพู่กันจีนในเมืองเฮยซาน เลยมารอดูการแข่งขันก่อนน่ะครับ แล้วก็จะบันทึกกับรายงานด้วย”
ฟางเจิ้งได้ยินดังนั้นก็งงใหญ่ “เมืองเฮยซาน? นั่นไกลมากเลยนะ…พวกโยมเป็นนักข่าวเมืองเฮยซาน? อาตมาจะประลองศิลปะพู่กันจีนกับผู้มีชื่อเสียงด้านศิลปะพู่กันจีน? นี่…พวกโยมมาผิดที่รึเปล่า?” ฟางเจิ้งนึกคิดดูก็นึกไม่ออกว่าไปนัดประลองกับใครเมื่อไร! นักบวชไม่สนใจชื่อเสียง เขาลงเขาไม่ได้ คิดยังไงก็คิดไม่ออก แถมยังไปสมคบกับคนอื่นให้มาประลองอีก? เป็นไปได้เหรอ?
ไชฟางมึนงง “เณร เรื่องนี้ไม่ได้ล้อเล่นนะ เมื่อสามวันก่อนสื่อนำเสนอกันยกใหญ่แล้ว คุณโอวหยางหวาไจนัดประลองกั