ากพูดก็จะไม่ถาม ทว่าในใจก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน ตรึกตรองว่าจะหาเวลาตั้งใจศึกษาสักหน่อย หากไขความลับในนั้นได้…
เหล่าอู๋คึกคักขึ้นมาทันที
เหล่าอู๋กล่าว “ไต้ซือ อักษรที่ท่านเพิ่งเขียนเมื่อกี้ทำไมไม่เขียนลงบนกระดาษล่ะครับ?”
ฟางเจิ้งหัวเราะแห้งๆ “พูดความจริงนะ บนเขาลำบาก ไม่มีพู่กันหรือกระดาษกับจานฝนหมึกหรอก ได้แต่เขียนบนหิมะตามใจชอบ”
เหล่าอู๋พยักหน้าเหมือนมีความคิดบางอย่าง
จากนั้นโหวจื่อก็แสดงความขอบคุณฟางเจิ้งอีกครั้ง ยังบอกอีกว่าช่วงนี้แฟนเขาไม่ค่อยสบาย อีกทั้งหิมะตกทำให้เดินบนเขาลำบากเลยไม่ได้มาด้วย แล้วถึงจะลากเหล่าอู๋ลงเขาไป
แต่เดินไปได้ครึ่งทางเหล่าอู๋ก็ตบป้าบเข้าที่หัวตัวเอง “โอ๊ย ลืมถามเรื่องหานเซี่ยวกั๋วเลย”
โหวจื่อหัวเราะเยาะ “นายจะถามจริงๆ เหรอ?”
เหล่าอู๋หัวเราะเฝื่อนๆ “ช่างเถอะ ข้างนอกเขาไม่พูดเรื่องนี้กัน เราก็อย่าไปยุ่งด้วยเลย แค่ได้เห็นอักษรพวกนั้นฉันก็ได้กำไรแล้ว!” เหล่าอู๋ขยับกล้องไปมาอย่างโอ้อวด ในกล้องมีคัมภีร์วัชรสูตรที่ฟางเจิ้งใช้อักษรพุทธองค์มังกรเขียนอยู่ แม้จะมีเพียงส่วนเดียวก็มากพอแล้ว
สองคนลงเขาไปอย่างมีความสุข
บนเขากลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ฟางเจิ้งไม่มีอะไรทำจึงพาหมาป่าเดียวดายถือท่อนไม้เดินเข้าไปในภูเขา เดินไปพลางตามหาพื้นที่กว้างเพื่อจะฝึกอักษรพุทธองค์มังกร อักษรนี้มีพลังน่าหลงใหลจริงๆ ยิ่งเขียนมากเท่าไรก็ยิ่งรู้สึกสบาย เสพติดราวกับดูดกัญชา! ฟางเจิ้งสาบานว