่าตั้งแต่เล็กมาไม่เคยหลงใหลอักษรแบบนี้มาก่อน!
พริบตาเดียวผ่านไปหนึ่งวัน วันที่สอง บนหนังสือพิมพ์อำเภอเมืองซงอู่ตีพิมพ์บทความเรื่องไต้ซือลับในวัดเล็ก อีกทั้งยังแนบอักษรพุทธองค์มังกรอีกหลายแผ่น ทันทีที่อู๋ฉางสี่ส่งออกไปก็รอกับพวกหัวหน้ากองบรรณาธิการ เฝ้าหวังว่าครั้งนี้จะสร้างกระแสครั้งใหญ่ได้
แต่พวกเขาประเมิณผลตอบรับของหนังสือพิมพ์สูงเกินไป สมัยนี้หนังสือพิมพ์เล็กๆ ในอำเภอจะขายได้เท่าไรกันเชียว? ต่อให้ขายได้ก็เป็นการสั่งจองจากภายในเล็กน้อย ซื้อไปแล้วก็เอาไปวางไว้ รอห้องน้ำในหมู่บ้านทางตะวันออกขาดกระดาษแล้วก็จะรีบเอาไปเสริมให้เท่านั้น
ดังนั้นสามวันผ่านไปจึงไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ เลย
หัวหน้าบรรณาธิการตบบ่าอู๋ฉางสี ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับสื่อความหมายชัดเจนมากว่าอักษรนี้ใช้ไม่ได้!
อู๋ฉางสีไม่ยอมเลยขอลา ถือภาพเดินไปในเมือง เขาไม่เชื่อว่าอักษรที่สวยขนาดนี้ มีพลังขนาดนี้จะขายไม่ได้? ขณะเดียวกันอู๋ฉางสีอัปเดตภาพเกี่ยวกับวัดเอกดรรชนีจำนวนมากลงในเวยป๋อ ในนั้นมีภาพฟางเจิ้งกำลังเขียนอยู่บนหิมะ แถมยังมีอักษรที่สมบูรณ์ ซ้ำยังแท็กผู้เชี่ยวชาญด้านพู่กันจีนที่มีชื่อเสียงอีกจำนวนมาก
แต่ว่า…
“นี่มันหนังเหรอ?”
“ทำออกมาได้ไม่เลวเลยนะ”
“เณรก็แสดงได้จริงจังมากเลย”
“ขอชื่อหนังหน่อย น่าดูจัง”
“หนังสั้นเหรอ? ไม่เห็นโฆษณาเลย…”
อู๋ฉางสีเห็นดังนั้นก็พูดไม่ออกและจนปัญญา ตอบกลับไปว่า“นี่เป็นเรื่องจริงนะ ไม่ได้ตัดต่ออ