่องช้า ราวกับมีเพียงน้ำหนึ่งหยดตกใส่บ่อน้ำที่แห้งเหือด
ลั่วเหอรู้ได้ทันทีว่า แม้จะมีวิชากลืนดาราที่ช่วยในการดูดซับลมปราณ แต่มันเชื่องช้าเกินไป พลังปราณบริสุทธิ์แถวนี้ไม่มากพอ และด้วยรากฐานของเขาเป็นเพียงคนธรรมดา จึงดูดซับปราณบริสุทธิ์ได้เพียงเล็กน้อย ครั้งนั้นเป็นเพียงการฝืนเลื่อนระดับ หากใช้วิชากลืนดาราดูดซับมากกว่านั้น ผู้ที่จะตายคือเขาเอง
อาจารย์ยังไม่ตื่นจากการพักผ่อน ไม่อาจทำอะไรที่ผลีผลามได้ คนที่จะแย่ก็คือลั่วเหอเอง
ลั่วเหอหายใจเข้าออก ก่อนจะลืมตาขึ้น คลื่นปราณระเบิดออกกระจายไปทั่วทิศ เขาลุกขึ้นและจับที่อกของตน สัมผัสเส้นลมปราณทั่วร่างที่ไหลมารวมที่จุดเดียว ลั่วเหอปล่อยมือและส่ายหัว
เขานึกถึงคำพูดของอาจารย์ หรือจักรพรรดิมารสวรรค์“หากมีโอกาส ก็ไปดูดซับปราณอสูรซะ”
ลั่วเหอตาเบิกกว้าง และมองไปที่มุมห้อง ทวนเหล็กวางพิงกำแพงอยู่“เยี่ยนอวี้เจิน ใช่แล้ว… ติดตามเขาไปล่าสัตว์อสูรก็หมดเรื่อง”
เสียงเคาะประตูห้องของลั่วเหอดังขึ้น
“พี่ชาย!”
ลั่วเหอลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าเยี่ยนเผิงมายืนอยู่ตรงหน้า สีหน้าดูเศร้า
“เยี่ยนเผิง…”
เยี่ยนเผิงพุ่งเข้ากอดลั่วเหอและร้องไห้ เขารู้สึกผิดท