ดมา ผู้จัดการเห็นพวกเขาจึงหัวเราะหึๆ พลางเอ่ยว่า “คุณหนูเป่ยกง รับประทานเสร็จอย่างรวดเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือขอรับ”
“อืม สหายข้าไม่ถนัดดื่มสุรา เจ้าช่วยหารถเทียมสัตว์อสูรให้พวกเราสักคันสิ” เป่ยกงเอ๋อร์พูดพลางชี้ไปที่ซือหม่าโยวเย่ว์
“ได้ขอรับ เสี่ยวเอ้อร์ ไปเตรียมรถเทียมสัตว์อสูรคันหนึ่งให้คุณหนูเป่ยกงที” ผู้จัดการมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างไม่มีสิ่งใดแอบแฝง “คุณชายผู้นี้ดื่มจนเมาเสียแล้ว อีกประเดี๋ยวต้องพยุงต่อไปหน่อย”
“ได้ขอรับ…” เสี่ยวเอ้อร์พาดผ้าขี้ริ้วในมือเอาไว้บนบ่าก่อนจะออกไป
ซือหม่าโยวเย่ว์แสร้งเมาจับราวบันได รู้สึกอยู่ตลอดว่าสายตาที่ผู้จัดการมองตนนั้นแปลกประหลาดอยู่บ้าง แต่คิดๆ ดูแล้ว ตนเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก คงจะไม่มีอะไรหรอกกระมัง
“คุณชายซือเย่ว์ ข้าประคองท่านออกไปเองแล้วกัน” เป่ยกงเอ๋อร์พูดพลางก้าวไปขัางหน้า
“ไม่ต้อง ข้าเดินเองได้” ซือหม่าโยวเย่ว์เดินโซซัดโซเซตรงไปยังประตูใหญ่ต่อไป แล้วชนเข้ากับอ้อมอกของคนที่เข้ามาจากภายนอก
“ขอโท…” เมื่อเธอได้กลิ่นนี้ก็รู้ว่ามีความผิดปกติบางอย่าง กลิ่นนี้ช่างคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง เธอเงยหน้าขึ้นมอง ผลปรากฏว่าได้เห็นใบหน้าอันคุ้นเคย “ศิษย์… ศิษย์