ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยโดยสีหน้าไม่แปรเปลี่ยนว่า “ข้ามิได้ทำพันธสัญญากับพิราบอินทรี แต่ตอนที่พวกเรามานั้นได้ขี่หลังหนึ่งในพวกมันมา ช่างรวดเร็วมากจริงๆ รวดเร็วกว่าเผ่าพันธุ์นกทั่วไปไม่น้อยเลย”
“นั่นไม่เลวเลยจริงๆ!” เป่ยกงเอ๋อร์พูดอย่างอิจฉา “ข้าอยากลองบ้างมาตลอดเลย น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาส”
“หึๆ…” ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะ มิได้พูดตอบไปตามเจตนาของนาง
เป่ยกงเอ๋อร์เห็นซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รับคำตน นัยน์ตามีแวววิตกกังวลวาบผ่าน แต่บนใบหน้ากลับถามด้วยรอยยิ้มว่า “คราวนี้คุณชายซือเย่ว์จะมาพักอยู่นานเท่าใดหรือ ถ้าหากระยะเวลายาวนาน ข้าก็พาท่านไปเที่ยวเล่นใกล้ๆ ได้ ข้ายังรู้จักสถานที่ดีๆ อีกไม่น้อยเลยนะ”
“เรื่องนี้ช่างมันเถิด” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยปฏิเสธตรงๆ “ข้ามาคราวนี้เพราะมีภาระติดตัว ที่ตอนนี้ข้าแอบใช้เวลาสองวันนี้มาพักผ่อนได้ก็เพราะยังขาดเครื่องยาไปชนิดหนึ่ง ยังต้องรอให้พวกเขาส่งมาให้ข้า พอเครื่องยาส่งมาและพวกเจ้าหลอมยาวิเศษให้พวกเราเสร็จ ข้าก็ต้องจากไปแล้ว ดังนั้นเกรงว่าคงมิอาจไปเที่ยวเล่นกับคุณหนูเป่ยกงได้หรอก”
“ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก” เป่ยกงเอ๋อร์พูดอย่างเศร้าสร้อย “ไม่ทราบว่าบ้านของคุณชายซือเย่ว์อยู่ที่ใดหรือ