กมาย”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงเอ๋อร์ นางช่างแสดงสีหน้าได้เหมือนกับเด็กสาวที่ไม่เคยพบเห็นโลกจริงๆ ถ้าหากมิได้ติดตามจากที่ผึ้งแดงของเธอบอกว่ายามปกตินั้นนางหยิ่งยโสโอหัง ทะนงตนเช่นไร เธอก็คงถูกนางหลอกลวงเข้าเสียแล้ว
“เจ้าเป็นคุณหนูของตระกูลเป่ยกง ในภายหน้าจะต้องมีโอกาสให้ออกไปเปิดหูเปิดตามากมายแน่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเราไปที่หอระลึกจันทร์กันเถิด”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงเอ๋อร์ก็ไปถึงหอระลึกจันทร์
หลังจากผู้จัดการผู้นั้นเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เข้ามาแล้วสายตาก็แปรเปลี่ยนไป เขาออกคำสั่งแก่เสี่ยวเอ้อร์ก่อนจะไปที่โถงด้านหลัง
“คุณหนูเป่ยกงมาแล้ว วันนี้ยังต้องการห้องส่วนตัวเช่นก่อนหน้านี้หรือไม่ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เข้าไปหาแล้วถามอย่างกระตือรือร้น
“ใช่แล้ว ข้าต้องการห้องนั้นแหละ” ตอนที่เป่ยกงเอ๋อร์พบหน้าคนเหล่านี้ ความรู้สึกที่เหนือกว่าพรรค์นั้นก็แผ่ออกมา
“พวกเราขึ้นไปกันเองได้ พวกเจ้าจงปรุงอาหารจานเด็ดของพวกเจ้ามาให้ข้าอย่างละหนึ่งที่ แล้วก็นำสุราชั้นเยี่ยมที่สุดของพวกเจ้ามาให้พวกเราสองที่ด้วย”
“ได้ขอรับ… อาหารจานเด็ดที่หนึ่ง สุราชั้นหนึ่งสองที่…” เสี่ยวเอ้อร์พูดแล้ววิ่งตรงไปทางห้องครัว
เ