ารผลาญสำนัก แต่ราคาที่ต้องจ่ายย่อมหนักหนาสาหัสเลยทีเดียว”
“อืม ตอนนี้คนรุ่นเยาว์ไม่ดีอยู่บ้างก็จริง ตอนที่ข้านั่งสมาธิอยู่ข้างบนพื้นที่ต้องห้ามแห่งแรกก็ได้ยินพวกเขาด่าทออยู่ข้างล่าง สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นมิใช่ตนทำผิดตรงไหน หากแต่เป็นหลังจากออกมาแล้วจะแก้แค้นอย่างไรดี ความแค้นภายในใจต่างหากที่เป็นแรงผลักดันให้พวกเขาอดทนอยู่ได้” ชิงหยวนกล่าว “ในจุดนี้ พวกเขาสู้การตระหนักรู้ของซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ได้เลย”
“หลายปีมานี้สำนักของพวกเราพัฒนาอย่างรวดเร็ว ผู้คนมากมายต่างหลงลืมว่ามีอันตรายซ่อนอยู่ท่ามกลางความสงบ ปรากฏการณ์นี้มิใช่เรื่องดีเอาเสียเลย”
รองเจ้าตำหนักก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า “อนาคตของตำหนักว่านชิงก็ต้องยกให้กับคนรุ่นเยาว์แล้ว ถ้าหากพวกเขาพัฒนาไปได้ไม่ดี กลัวแต่ว่าในภายหน้าตำหนักว่านชิงเราคงจะยุ่งยากเสียแล้ว ต้องเดินไปสู่จุดตกต่ำเป็นแน่”
“ถึงเวลาต้องปรับปรุงบรรยากาศภายในสำนักแล้วสินะ” ชิงหยวนพูด “เรื่องนี้ยกให้พวกเจ้าสองคนไปจัดการก็แล้วกัน”
“ขอรับ ท่านเจ้าตำหนัก” ทั้งสองคนขานรับพร้อมกัน
“งานประมูลในอีกสองเดือนข้างหน้า พวกเราได้รับเทียบเชิญทั้งที เช่นนั้นก็ไปดูกันสักหน่อยแล้วกัน ต้องไว้หน้าหอเซวียนหยวน