เดิมทีพวกโยวเย่ว์ทั้งสี่คนมิได้สนใจผู้มาเยือนเลย แต่หลังจากที่ได้ยินวาจาของคนผู้นั้นแล้วต่างก็พากันขมวดคิ้วเล็กน้อย
ลูกพี่ลูกน้องของเซี่ยอิ๋งอิ๋งอย่างนั้นหรือ
มิน่าเล่าจึงมิได้มาหาเรื่องพวกตนตลอดหลายวันนี้ ที่แท้ก็หาผู้ช่วยอยู่นี่เอง
เซี่ยชิ่งเหรินเห็นเสี่ยวเอ้อร์ไม่ขยับตัว จึงตะคอกด้วยสีหน้าถมึงทึงว่า “ยังไม่รีบไปอีกหรือ อยากให้นายท่านพังที่นี่หรืออย่างไร”
เสี่ยวเอ้อร์ชี้ไปที่มุมหนึ่งของห้องโถงใหญ่พลางเอ่ยว่า “นายน้อยเซี่ย พวกเขาอยู่ที่นั่นขอรับ”
เซี่ยชิ่งเหรินมองตามมือเสี่ยวเอ้อร์ไป ก็เห็นคนสี่คนนั่งดื่มชากันอยู่ที่โต๊ะสี่เหลี่ยมตัวหนึ่ง จึงเอ่ยว่า “พวกเจ้าสี่คนมาพบนายท่านเดี๋ยวนี้!”
ไร้ซึ่งการตอบสนอง
“นายท่านให้พวกเจ้ามาพบ ได้ยินหรือไม่!” เซี่ยชิ่งเหรินตวาด
“ป่วยน่ะ” เป่ยกงถังตอบอย่างเรื่อยเปื่อยประโยคหนึ่ง อย่างไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย
“พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน ฟังคำพูดของนายท่านไม่เข้าใจหรือไร”
โอวหยางเฟยยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกหนึ่ง “ไม่เพียงแต่ป่วยเท่านั้น แต่ยังโง่งมด้วย”
“ความโง่งมนี้ก็เป็นอาการป่วยชนิดหนึ่งมิใช่หรือไร” ซือหม่าโยวหลินเอ่ย
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์ชูถ้วยน้ำชาไปทาง