พียงนี้ เผชิญอะไรมาด้วยกันตั้งมากมาย พวกเราต่างทำเหมือนกันและกันเป็นดังญาติสนิท แล้วยังจะมีสิ่งใดที่พูดกับพวกเรามิได้อีกเล่า” เป่ยกงถังพูด “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้น พวกเราก็จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองสายตาแน่วแน่ของเป่ยกงถังแล้วเงียบงันไปชั่วครู่ ก่อนจะถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าสองคนก็เข้ามาเถิด”
โอวหยางเฟยและซือหม่าโยวหลินเข้ามา มิได้เกิดความขัดเขินที่ถูกจับได้ว่าแอบฟัง ด้วยความช่างสังเกตของเธอ ย่อมรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาอยู่ข้างนอก
“วันนี้พวกเจ้ากำลังประหลาดใจว่าข้าใช้ชีวิตอยู่ที่ดินแดนอี้หลินมาตั้งแต่เล็ก แล้วรู้ได้อย่างไรว่าฉินโม่คือเจ้าของหอระลึกจันทร์ ใช่หรือไม่” โยวเย่ว์ถาม
“ประหลาดใจอยู่เล็กน้อย” เป่ยกงถังพูด “แต่สิ่งที่พวกเราเป็นกังวลยิ่งกว่าก็คือ เหตุใดจู่ๆ เจ้าจึงแผ่กลิ่นอายเศร้าโศกเช่นนั้นออกมาได้”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบไล้ตัวอักษรที่ก้นถ้วยแล้วเอ่ยว่า “พวกเจ้าเชื่อหรือไม่ว่าหลังจากตายไปแล้ว วิญญาณจะกลับมาเกิดใหม่ได้”
เมื่อได้ฟังคำพูดของเธอ พวกซือหม่าโยวหลินต่างพากันมองเธออย่างพรั่นพรึง พูดอะไรไม่ออก
“เจ้าจะบอกว่า เจ้า…”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วพูดว่า “อย่างที่พวก