่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่ชายเสื้อจึงพูดอย่างเรียบเรื่อยว่า “ก็แค่คนของตำหนักว่านชิงเท่านั้นมิใช่หรือ ทำไม เป็นคนของตำหนักว่านชิงแล้วทำ ำตัวไร้เหตุผล รังแกชาวบ้านได้อย่างนั้นหรือ”
เสียงของเธอเบามาก แต่ทำให้คนเกิดความรู้สึกว่าผู้เหนือกว่ามองลงมายังเบื้องล่าง แววเย้ยหยันในคำพูดเห็นได้อย่างชัดเจน
“พวกเจ้ามาแย่งใช้ห้องส่วนตัวของพวกเรา พวกเราก็แค่มาทวงคืนความยุติธรรมเท่านั้นเอง” สตรีเพียงหนึ่งเดียวของอีกฝ่ายพูดขึ้น
“ความสามารถในการกลับดำเป็นขาวของแม่นางไม่เลวเลยจริงๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าตอนที่เจ้าฝึกยุทธ์จะเป็นเช่นนี้ด้วยหรือไม่!” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่มองนางเลยแม้แต่ปราดเดียว แล้วพูดกับ บเสี่ยวเอ้อร์ที่ตามเข้ามาว่า “เจ้าของของพวกเจ้าอยู่หรือไม่”
“เถ้าแก่ของพวกเราอยู่ข้างล่างขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยตอบ
“ข้าถามถึงฉินโม่น่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เสี่ยวเอ้อร์ได้ยินคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย แต่ก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน ต้องถามเถ้าแก่ขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปเรียกเถ้าแก่ขึ้นมาสิ”
“นายท่านรอสักครู่นะขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์พูดจบก็ส่งสายตาให้กับคนที่อยู่นอกปร