ช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้วพูดว่า “ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าที่แท้แล้วนี่มันเรื่องอันใดกันแน่ พวกเจ้าก็ไปที่ห้องโถงหลักพร้อมกับข้าเถิด”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองโฉวเซี่ยวเทียน ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่มีความเห็นอันใดอยู่ดี
“ไปกันเถิด” โฉวเซี่ยวเทียนพูด
ผ่านเรื่องคืนนี้ไปเขาก็มองออกแล้วว่ามิใช่ว่าหลายปีมานี้ตระกูลเหลียนไม่สนใจเหลียนหง หากแต่พวกเขามิได้ล่วงรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเขาเลยต่างหาก!
ระหว่างทางไปยังห้องโถงหลัก เหลียนหงก็ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ จึงมองพวกซือหม่าโยวเย่ว์อย่างซาบซึ้งใจ
ส่วนฮวาน่งอิ่งก็ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตอนนั้น รวมทั้งวันเวลาที่พวกเขาต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ มาตลอดหลายปีนี้ด้วย
พวกเขามาถึงห้องโถงหลัก ภายในนั้นมีคนนั่งอยู่ไม่น้อยแล้ว เหลียนหงและโฉวเซี่ยวเทียนเข้าไป แต่ซือหม่าโยวเย่ว์ยังไม่ทันเข้าไปก็ถูกคนสองคนขัดขวางเอาไว้เสียแล้ว
“เจ้าเด็กน้อย เปลวเพลิงในคืนนี้ของเจ้าคือเปลวเพลิงอะไรกัน”
“ผึ้งของเจ้าคือผึ้งอะไรกัน”
“ให้พวกเราดูเปลวเพลิงนั้นของเจ้าอีกคราได้หรือไม่”
“ให้พวกเราดูผึ้งนั่นก่อนเถิด”
“ไม่ได้ ดูเปลวเพลิงก่อนสิ”
“เจ้าหลบไป ดูผึ้งก่อนนะ”
“เปลวเพลิงนั่นเป็นเปลว