เพลิงหายากเชียวนะ!”
“ผึ้งนั่นอาจจะเป็นผึ้งแดงที่สูญพันธุ์ไปแล้วก็ได้!”
“ดูเปลวเพลิงก่อน!”
“ดูผึ้งก่อน!”
“ดู…”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเห็นผู้อาวุโสตระกูลดำขาวที่โผล่มาอย่างกะทันหันแล้วถูหว่างคิ้ว ก่อนจะตะคอกใส่โดยไม่สนใจแล้วว่าอีกฝ่ายจะใช่ผู้อาวุโสตระกูลของตระกูลเหลียนหรือไม่ “พวกท่านห หยุดเสียที!”
ผู้คนในห้องโถงหลักได้ยินคำพูดของเธอแล้วต่างพากันหยุดลง เมื่อเห็นว่าเธอมิได้กำลังพูดกับพวกตน จึงได้คุยธุระกันต่อไป
ซือหม่าโยวเย่ว์มองคนทั้งสองแล้วพูดด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งว่า “ข้าบอกตอนไหนว่าจะให้พวกท่านดูเปลวเพลิงกับผึ้งของข้าน่ะ”
“หา?” ผู้อาวุโสตระกูลดำขาวมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “ไม่ให้พวกเราดูหรือ เจ้าเด็กน้อย ไม่ได้หรอกนะ พวกเราจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเอาน่ะสิ!”
“แล้วนั่นเกี่ยวอะไรกับข้าเล่า ข้ามิใช่คนตระกูลเหลียนเสียหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์สองมือกอดอก
“จะไม่เกี่ยวได้อย่างไรเล่า” ผู้อาวุโสตระกูลขาวเอ่ย “ของเหล่านี้ล้วนเป็นของของเจ้า นี่ก็เกี่ยวกับเจ้าแล้วน่ะสิ!”
“ด้านในกำลังคุยธุระกันอยู่ พวกเราไปคุยกันที่อีกด้านดีกว่านะ” ผู้อาวุโสตระกูลดำพูดพลางคว้าหัวไหล่ซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพาตัวเธอไป
วิหคสี่ปี