เฟ่ยก็มิอาจทำอะไรพวกเราได้อีกแล้ว”
“คิดหาหนทางไปยังตำหนักว่านชิงก่อนดีกว่า” ซือหม่าโยวหรานกล่าว “ระยะเวลา สิบกว่าปี เวลายาวนานก็ยังไม่ว่า ยิ่งระยะเวลาที่พวกเราอยู่ข้างนอกนานก็จะยิ่งเป็นอันตรายได้มาก”
“ถูกต้อง” เจ้าอ้วนชวีเอ่ยตอบ “ยิ่งพวกเราอยู่กันเป็นระยะเวลานาน โอกาสที่พวกเขาจะมาสังหารพวกเราก็ยิ่งมาก หลังจากนั้นไม่แน่ว่าคนที่ส่งมาอาจจะยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆ แต่พลังยุ ทธ์ของพวกเรากลับมิอาจเพิ่มขึ้นได้มากสักเท่าใดนักในระยะเวลาอันสั้น”
“ไม่เลวเลยนะเจ้าอ้วน เจ้าวิเคราะห์ใช้ได้เลยทีเดียว” เว่ยจือฉีล้อเล่นด้วยรอยยิ้ม
“ไป! ข้าก็มิได้ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรงเช่นนั้นเสียหน่อย” เจ้าอ้วนชวีกระแทกศอกใส่เว่ยจือฉี ไม่พอใจกับการล้อเล่นของเขา
ทุกคนต่างพากันหัวเราะขึ้นมาด้วย มิได้เป็นกังวลกับสถานการณ์อันตรายในตอนนี้ถึงเพียงนั้นอีกแล้ว
“ขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกท่านวุ่นวายกันไปหมด ต่อไปในภายหน้าจะต้องตอบแทนพวกท่านแน่” เหลียนหงพูดขึ้นมาในทันใด
ซือหม่าโยวเย่ว์รู้ว่าเขาความคิดละเอียดอ่อน จิตใจก็มีเมตตา ติดตามจิ้งจอกเฒ่าอย่างโฉวเซี่ยวเทียนแล้วยังเป็นเช่นนี้ได้ก็ไม่เลวแล้ว
เธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เหลียนหง เจ้าก็อย่า