าติงซาน ให้เจ้าทดสอบเจ้าก็ทดสอบส่งเดช ถึงกับกล้าใช้พลังมากมายถึงเพียงนั้น! แค่กๆ เจ้าเศษเดนนี่!” โจวซู่เหรินด่าทอพลางตะเกียกตะกายลุกขึ้นถลึงตาใส่ติงซาน
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าใช้พลังมากมายเสียที่ไหนกัน ท่านก็เห็นว่าข้าใช้พลังวิญญาณเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น” ติงซานพูดอย่างเสียใจ “ค่ายกลนี้ขยายพลังการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าเลยนะขอรับ!”
“ไม่เกี่ยวกับเจ้า แล้วเจ้ายืนขวางอยู่ข้างหน้ามิได้หรือไร ถึงกับกล้าวิ่งออกไป เจ้าช่างรนหาที่ตายเสียจริง!” โจวซู่เหรินก่นด่า
“ท่านเจ้าสำนัก ข้าก็บอกไปแล้วว่ามันสะท้อนกลับมาได้ แต่ท่านไม่เชื่อเองนะขอรับ…” ติงซานมองเจ้านายของตนอย่างเศร้าใจ สายตาหลุบต่ำลงในช่วงท้าย เสียงก็เบาลงเรื่อยๆ ด้วย
“หนวกหูจะแย่แล้ว” เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์ลอยมาจากภายในห้อง ลานบ้านจึงเงียบสงัดลงในทันใด
โดยเฉพาะติงซานและโจวซู่เหริน ทั้งสองคนยิ่งไม่กล้าเอ่ยปากพูด ค่ายกลเดียวของอีกฝ่ายก็ทำให้พวกเขาน่าอับอายถึงเพียงนี้แล้ว แล้วพวกเขายังจะหาอะไรมาทำให้อีกฝ่ายยกที่นี่ให้พ พวกเขาได้อีกหรือ
โจวซู่เหรินถลึงตาใส่จัวหรานอย่างแรง ไม่รู้ว่าคนตระกูลจัวไปหาปรมาจารย์ค่ายกลมาจากไหนถึ