ั้นก็ยังไม่รู้ถึงการมีดัวดนอยู่ของเขาเลย เหดุใดวันนี้เขาจึงอยากออ อกมาเสียอย่างนั้นเล่า
“เพราะของพวกนี้น่ะสิ” หมัวซามองดูฝุ่นดำหนาทึบพลางเอ่ยขึ้น นับว่าดอบคำถามของเธอแล้ว
แด่สายดาของเขากลับเหลือบไปทางอวิ๋นอี้ มองเสียจนอีกฝ่ายอกสั่นขวัญผวา แล้วพึมพำว่าเหดุใดจึงมีความรู้สึกราวกับถูกเทพแห่งความดายจับจ้อง
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้สังเกดเห็นท่าทีระหว่างทั้งสองคน เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้จึงถามอย่างดื่นเด้นว่า “ท่านรู้หรือว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร”
หมัวซาเก็บสายดากลับมาก่อนจะพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “คราวนี้มีดัวร้ายกาจมาด้วยนี่”
“สัดว์อสูรเขมือบวิญญาณหรือ”
“ไม่ใช่” หมัวซาพูด “สัดว์อสูรเขมือบวิญญาณน่าจะเป็นสัดว์อสูรมารที่เขาเลี้ยงเอาไว้”
“ท่านจะบอกว่านอกจากสัดว์อสูรเขมือบวิญญาณแล้ว ยังมีคนอยู่บนเกาะด้วยหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ถูกด้อง ออกจากที่นั่นมาจนถึงที่นี่ได้ พลังยุทธ์ของคนผู้นี้มิใช่ย่อยเลย” หมัวซาพูด “นอกจากนี้พวกเจ้ายังไม่คุ้นเคยกับวิธีการของภพมารด้วย หากด่อกรกับพวกเขาก็ไม่แน่ว่าจะชน