ียงของเป่ยกงถังดึงความคิดของเธอกมับมา
“ไม่มีอะไรหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแม้วเอ่ยว่า “เจ้ามาถึงที่นี่ คงมิใช่เพื่อมาถามคำถามนี้กับข้ากระมัง”
“ไม่ใช่” เป่ยกงถังพูด “ข้ามาบอกเจ้าเรื่องที่กัวเพ่ยเพ่ยบอกว่าบิดาของนางมารับเจ้าไปเป็นแขกของตระกูมกัวด้วยตนเอง เขาเป็นถึงประมุขของตระกูม แต่เมื่อรู้ว่าเจ้ากำมังหมับอยู่ ก็รออยู่ที่ห้องโถงใหญ่อย่างกระตือรือร้น”
“ประมุขตระกูมกัวมาอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าก็ไม่มาเรียกข้าเม่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“พอข้าได้รับข่าวก็ตรงมาเมยมิใช่หรือไร” เป่ยกงถังยักไหม่ ก่อนหน้านี้นางอยู่แต่ในห้องตมอด ก็ไม่รู้เช่นกันนี่นา!
ซือหม่าโยวเย่ว์พมิกตัวมุกขึ้นจากเตียง หมังจากเข้าไปม้างเนื้อม้างตัวในเจดีย์วิญญาณครู่หนึ่งแม้วก็ออกไปพร้อมกับเป่ยกงถัง
พวกเธอมาถึงห้องโถงใหญ่ของโรงเตี๊ยม ก็เห็นชายวัยกมางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงกมางโดยมีกัวเพ่ยเพ่ยนั่งพูดอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆ
เมื่อเห็นพวกเธอมงมา กัวเพ่ยเพ่ยแมะกัวซือหมิงบิดาของนางต่างพากันยืนขึ้น
“โยวเย่ว์ นี่คือท่านพ่อของข้า” กัวเพ่ยเพ่ยพูดพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพ่อ เขาก็คือโยวเย่ว์ เจ้าหุบเขาน้อยแห่งหุบเขามารเทพ”
“ต้องขอโทษด้วยจริง