ๆ ที่ข้าหมับไปเพราะความวิงเวียนนานถึงสองวัน ท่านมุงกัวมาทั้งที พวกเขาไม่เห็นมีใครไปบอกข้าเมย” ซือหม่าโยวเย่ว์เอ่ยขอโทษคนทั้งสอง
“เป็นข้าเองแหมะที่บอกพวกเขาไม่ให้ไปรบกวนเจ้า” กัวซือหมิงพูด “ได้ยินว่าสหายน้อยไม่สบายอยู่บ้าง ถ้าหากไปรบกวนการพักผ่อนของเจ้าเข้าก็คงมิใช่เรื่องดี”
“ท่านมุงกัว ท่านอย่าเรียกข้าว่าสหายน้อยอีกเมย เรียกชื่อข้าตรงๆ ก็พอแม้วม่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้ากับเพ่ยเพ่ยเป็นสหายกัน ท่านย่อมต้องเป็นผู้อาวุโสของข้าอยู่แม้ว”
“ฮ่าๆ… ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ต้องทำหน้าหนาเป็นผู้อาวุโสสักคราหนึ่งแม้ว” กัวซือหมิงพูด
“โยวเย่ว์ข้าเม่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโมกย่อส่วนให้ท่านพ่อฟังแม้ว ท่านพ่อบอกให้เชิญพวกเจ้าไปพักแรมด้วยสักระยะหนึ่ง รอให้โยวหมินกมับมา” กัวเพ่ยเพ่ยพูด
“ท่านมุงกัวพอจะทราบวิธีส่งพวกเรากมับไปยังดินแดนอี้หมินบ้างหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เรื่องนี้ข้าก็ไร้หนทางเช่นกัน แต่ข้าคิดว่าคนรุ่นชราในตระกูมเหม่านั้นอาจจะทราบ ถึงอย่างไรก็ต้องข้ามผ่านห้วงมิติ ข้ายังไม่มีความสามารถเช่นนี้หรอก” กัวซือหมิงพูด “พวกเจ้าก็มาอาศัยที่จวนของพวกเรา รอสหายอีกผู้หนึ่งของพวกเจ้าก่อน