ยไปแล้วก็อยู่ที่นี่กันหมด ส่วนขุมอำนาจที่รวบรวมมาอยู่ที่อื่นๆ กัน”
“ตายไปมากมายเลยหรือ” เย่อวี๋ฝานขมวดคิ้ว
“อืม หลายร้อยเลยทีเดียว” เล่อฉีสีหน้าย่ำแย่เป็นอย่างยิ่ง “เพราะในระยะนี้ตายกันไปค่อนข้างมาก ดังนั้นระยะนี้ข้าจึงมิได้ให้พวกเขาออกไปเลย”
“พวกเขามีคนเยอะมากเลยหรือ” เย่อวี๋ฝานถาม
“มิใช่หรอก ยังคงมีกันแค่ไม่กี่คนเช่นก่อนหน้านี้ แต่หุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทราอยู่ด้วยกันแล้ว นอกนั้นดูเหมือนว่าจะยังมีคนที่มาจากดินแดนระดับล่างอีกแห่งหนึ่ง” เล่อฉีเอ่ยตอบ
“ดินแดนอีกแห่งหนึ่งอย่างนั้นหรือ มีกี่คนกันเล่า”
“สิบกว่าคน”
“สิบกว่าคนแล้วยังต้องพูดอะไรกันอีก”
“แต่พลังการต่อสู้ของสิบกว่าคนนั้นล้วนแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าคนของดินแดนเบื้องบนเสียอีก มีหลายคนที่ต่อสู้ข้ามขั้นได้ด้วย!” เล่อฉีพูด “นอกจากนี้…”
เย่อวี๋ฝานเห็นเล่อฉีพูดอึกอัก ก็รู้ว่าเขาไม่แน่ใจในคำพูดช่วงท้ายเช่นกัน จึงเอ่ยว่า “นอกจากนี้อะไรหรือ”
“นอกจากนี้ข่าวคราวจากทางพวกเขายังบอกว่าคนของหุบเขามารเทพยังเรียกชายหนุ่มหนึ่งในนั้นว่าเจ้าหุบเขาน้อยอีกด้วย” เล่อฉีรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น
“อะไรนะ เจ้าพูดจริงหรือ” เย่อว