นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร”
เมื่อถูกเธอตะโกนใส่เช่นนี้ เป่ยกงถังจึงขึ้นไปด้วยแล้วเอ่ยว่า “ดีร้ายอย่างไรข้าก็เป็นศิษย์หุบเขาในเช่นกัน”
“ไอ้หยา ตามที่โยวเย่ว์พูด ในภายหน้าก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่พวกเราจะได้กลายเป็นคนของหุบเขามารเทพ นี่พวกเขารังแกคนของพวกเราอยู่ หากไม่ไปลุยกันสักยก ก็คงคิดว่าจะรังแกหุบเขามารเทพของพวกเราได้ง่ายๆ ล่ะสิ” เจ้าอ้วนชวีเตะเท้าแล้วทะยานขึ้นไปเช่นกัน
“ใช่แล้ว หากไม่แสดงให้เห็นชัดๆ แล้วท่านปู่มารไม่ต้องการพวกเราจะทำเช่นไรเล่า” เว่ยจือฉีพยักหน้า ท่าทางเหมือนเสแสร้งแกล้งทำ
โอวหยางเฟยตรงขึ้นไปโดยไม่พูดอะไร แต่เมื่อเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกัน คนอื่นๆ ก็เดาได้ว่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เขาจะกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกด้วยเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ยังคิดว่ามีเพียงแค่ซือหม่าโยวเย่ว์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนของหุบเขามารเทพ คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะใช่กันทั้งหมด!
“พวกเจ้าจะมัวอึ้งอะไรกันอยู่อีกเล่า รีบขึ้นมาสิ!” เจ้าอ้วนชวีมองผู้คนเบื้องล่างแล้วเอ่ยขึ้น
หรงและกงเหยียนนั่งลงสองข้างของซือหม่าโยวเย่ว์ แสดงออกชัดว่าไม่มีทางนั่งด้วยกันเด็ดขาด คนตระกูลกัวและคนตระกูลอวิ๋นรีบบินขึ้นไป เจ้าวิหคน้อยสยายปีกแล้