ลึงกัน
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่งที่เธอมีสถานที่อันใหญ่โตเช่นนี้อยู่ แต่ก็มิได้พูดอะไรอีก
“เจ้ายังเป็นนักฝึกสัตว์อสูรอีกด้วยหรือ” อวิ๋นเฟิงมองซือหม่าโยวเย่ว์ “พี่ใหญ่บอกว่าเจ้าเป็นนักหลอมยา มีพรสวรรค์ในการหลอมยาแข็งแกร่งยิ่งนัก”
“นักหลอมยาหรือ เจ้ามิใช่ปรมาจารย์ค่ายกลหรอกหรือ” กัวเลี่ยงร้องออกมาอย่างตกใจ
“แค่กๆ ใช่ทั้งหมดนั่นแหละ อย่างละนิดละหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เอาละ พวกเราออกเดินทางกันเสียทีเถิด ตอนนี้อวิ๋นอี้อยู่ที่ไหน พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าพวกเราต้องมุ่งหน้าไปยังทิศทางใด”
ถึงแม้ว่าเธอจะอยากเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่ทุกคนก็ยังคงมองเธอด้วยสีหน้าพรั่นพรึงอยู่ดี
นักหลอมยา ปรมาจารย์ค่ายกล และนักฝึกสัตว์อสูรวัยยี่สิบสองปี ทั้งยังมีพลังยุทธ์ระดับจ้าววิญญาณ ให้ตายเถิด พรสวรรค์เช่นนี้ต่อให้อยู่ที่ดินแดนเบื้องบนก็คงมีแค่ไม่กี่คนที่เทียบเคียงได้กระมัง!
………………………………………