กๆ ไม่ได้หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เธอก็แค่อยากให้ตอนเดินทางดูเอิกเกริกสักหน่อยเท่านั้นเองนี่นา
เมื่อเห็นว่าทุกคนมองเธออย่างไม่เห็นด้วย เธอจึงเก็บตัวสัตว์อสูรวิเศษทั้งหมดกลับเข้าไปอย่างจนใจ เหลือเอาไว้เพียงแค่ราชาหมาป่าหิมะและราชาเสือเขี้ยวดาบเท่านั้น
ตอนที่คนตระกูลกัวได้ยินว่าซือหม่าโยวเย่ว์เลื่อนไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้วก็ตกตะลึงไป ตอนนี้เมื่อเห็นว่าสัตว์อสูรวิเศษทั้งหลายหายตัวไปหมดแล้ว จึงค่อยได้สติกลับคืนมา
เพียงเก้าเดือนเขาก็เลื่อนจากระดับราชันวิญญาณไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้ว ที่แท้แล้วหลายเดือนมานี้เขาได้รับโอกาสอันยิ่งใหญ่เพียงใดกันแน่!
“โยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าจึงมีมิติที่รองรับสิ่งมีชีวิตได้พรรค์นั้นอยู่ด้วยเล่า” กัวเลี่ยงถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วเอ่ยว่า “นักฝึกสัตว์อสูรมีสิ่งที่รองรับสิ่งมีชีวิตได้อยู่กับตัวก็มิใช่เรื่องแปลกกระมัง เพียงแต่ของข้ามีขนาดใหญ่หน่อยเท่านั้นเอง”
หรงและกงเหยียนไม่รู้ว่านักฝึกสัตว์อสูรมีสถานที่พรรค์นี้อยู่ แต่คนตระกูลกัวและคนตระกูลอวิ๋นนั้นรู้ดี โดยทั่วไปแล้วนักฝึกสัตว์อสูรมักจะพกพาสิ่งที่รองรับสิ่งมีชีวิตได้เอาไว้กับตัว แตกต่างกับแหวนเก็บวัตถุ แต่ก็คล้ายค