ลางมองดูภูเขาหิมะที่คล้ายมีคล้ายไม่มีเหล่านั้น
เห็นได้ชัดว่านางก็นึกขึ้นมาได้เช่นกันว่าสถานที่แห่งนี้ก็คือสถานที่ที่แยกจากกันกับพวกซือหม่าโยวเย่ว์ “ถ ถ้าหากอยู่จริงๆ ไม่แน่ว่าพวกเราอาจหลีกเลี่ยงภัยพิบัตินี้ได้ก็ได้นะ” กัวเพ่ยเพ่ยพูด “เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขา จะเต็มใจช่วยเหลือพวกเราหรือไม่”
“น่าจะเต็มใจอยู่หรอก” กัวฝูพูด “พี่อวิ๋นอี้เป็นคนของหุบเขามารเทพ ส่วนเขาก็เป็นเจ้าหุบเขาน้อยแห่งหุบเขาม มารเทพ คนของหุบเขามารเทพถูกคนร่วมมือกันไล่ล่าสังหารพร้อมกันกับพวกเรา เขาคงจะไม่ปลีกตัวหนีไปหรอก”
“หวังว่าจะ… มีคนมา!” กัวเพ่ยเพ่ยพูดขึ้นอย่างฉับพลัน
“คนตระกูลจานไล่ตามมาแล้วหรือ” กัวฝูลนลานขึ้นมาในทันใด
“ไม่รู้สิ ยังสัมผัสกลิ่นอายของอีกฝ่ายไม่ได้เลย” กัวเพ่ยเพ่ยพูด “เจ้าปลุกทุกคนขึ้นมาที เตรียมตัวออกเดินทาง กันได้แล้ว”
“ได้เลย พี่หญิง”
กัวฝูเรียกทุกคนให้ลุกขึ้นมา ในขณะที่พวกเขาเตรียมตัวจะหนีไปอยู่นั้นเอง กัวเพ่ยเพ่ยก็ผ่อนคลายลงอย่างฉับพลัน นแล้วเอ่ยว่า “ไม่ต้องหนีแล้วล่ะ เป็นพวกอวิ๋นเฟิงน่ะ”
ไม่นานนักสัตว์อสูรบินได้ตนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางสายตาของพวกเขา ผู้ที่นั่งอยู่บนนั้นก็คือคนตระกูล