องตน ในเมื่อคราวนี้ได้พบกับนางแล้ว ย่อมต้องแสดงฝีมือให้เต็มที่
“เช่นนั้นเจ้าก็ระวังตัวหน่อยล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ในเมื่อแน่ใจแล้วว่าเห็นพวกเขาไม่ไป ซือหม่าโยวเย่ว์จึงพาพวกเขาไปหาสถานที่แห่งหนึ่งนั่งพักผ่อน ตระกูลกัวและตระกูลอวิ๋นกำลังหารือแผนการอยู่ด้วยกัน ดูว่าทำอย่างไรจึงจะช่วงชิงดอกกระดูกศิลาจากในมือผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ได้
ครึ่งวันต่อมา หมาป่าหิมะบนภูเขาตนนั้นก็ลุกขึ้นมาอย่างฉับพลันแล้วหอนไปกลางอากาศเสียงหนึ่ง กลิ่นหอมที่เข้มข้นยิ่งขึ้นลอยมาเตะจมูก
“ดอกกระดูกศิลาบานทั้งหมดแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “หลิงหลง เจ้าระวังตัวหน่อยนะ อย่าได้รับบาดเจ็บล่ะ หากไม่ไหวก็เรียกพวกเราไปช่วย”
“ข้ารู้แล้ว เย่ว์เย่ว์ เจ้ายกให้ข้าจัดการเถิด!” หลิงหลงพูดพลางบินขึ้นมาจากบนบ่าเธอ พร้อมออกไปโจมตีตลอดเวลา
“ดอกไม้บานแล้ว!” ผู้คนที่อยู่ไกลออกไปเห็นกลีบดอกไม้สีขาวที่ปรากฏขึ้นมาอย่างฉับพลันระหว่างหน้าผาฝั่งตรงข้าม จึงร้องขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
สีของดอกกระดูกศิลากับสีของก้อนหินดูคล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง มีเพียงบริเวณกลางดอกเท่านั้นที่เป็นสีขาว ดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษบนหน้าผา
“ไป!” อวิ๋นอี้ตะโกนแล้วนำคนตระกูลอวิ