งไรกันเล่า!” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางหยิบสุราออกมาสิบกว่าไห แล้วโยนให้พวกเขาคนละไป ทุกคนรับไหสุรามาแล้วดื่มก่อนสองอึก
เป่ยกงถังมองดูซือหม่าโยวเย่ว์ที่ยืนกินเนื้อย่างอยู่ข้างๆ เจ้าคนผู้นี้สบโอกาสขี้เกียจเลยทีเดียว
กัวเลี่ยงเห็นคนอื่นๆ กินกันอย่างเปรมปรีดิ์จึงตะโกนว่า “พวกเจ้าเหลือเอาไว้ให้ข้าสักหน่อยล่ะ ข้ายังไม่ได้กินเลยนะ!”
เว่ยจือฉียิ้มแล้ววางไหสุราลง ก่อนจะมายังข้างกายกัวเลี่ยงแล้วเอ่ยว่า “ข้าทำเอง”
“เยี่ยมเลย” กัวเลี่ยงยกเนื้อย่างในมือให้เว่ยจือฉีแล้วมายังตำแหน่งที่เขาอยู่เมื่อครู่ ก่อนจะยกสุราที่เขาดื่มไปแล้วขึ้นมาเริ่มดื่มโดยไม่สนใจเลยว่าเป็นสุราที่เว่ยจือฉีดื่มไปแล้ว
โอวหยางเฟยก็ลุกขึ้นมาแล้วมาตรงหน้าเตาที่เป่ยกงย่างเนื้อพลางเอ่ยว่า “เจ้าไปพักสักหน่อยเถิด ข้าทำเอง”
“ได้เลย” เป่ยกงถังเองก็ไม่อยากย่างแล้ว จึงยกหน้าที่ให้กับโอวหยางเฟยแทน หลังจากนั้นก็มาตรงกลุ่มคน
“โยวเย่ว์ ข้าอยากกินโจ๊กเนื้อน่ะ” เป่ยกงถังไม่พอใจที่ซือหม่าโยวเย่ว์จากมาก่อนจึงเอ่ยขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์วางเนื้อย่างในมือลงก่อนจะหยิบจานชามหม้อไหออกมาเริ่มต้มโจ๊ก
ระยะหลังมานี้กินเนื้อย่างกันค่อนข้างบ่อย เธอจึงไม่