ดูออกเลยว่าเจ้าโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง”
ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์จิตใจสงบลงแล้ว แต่ก็ยังกัดปีกไก่อย่างรุนแรงคำหนึ่งก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนได้รับการยอมรับจากปลอกนิ้วโลหิตให้ทุกคนฟัง
ทุกคนจนคำพูด ถ้าหากคนทั่วไปได้พบเจอเรื่องเช่นนี้ แม้ยามหลับก็ยังต้องตื่นด้วยรอยยิ้ม มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่จะหดหู่เช่นนี้
พวกเว่ยจือฉีเข้าใจความรู้สึกของเธอดี เพราะรู้ว่าเธอขี้เกียจจนเคยตัวเสียแล้ว แต่ก็ยังพูดหยอกล้อว่า “ยากนักที่จะเห็นเจ้าโมโหเหมือนเมื่อวาน! ข้าพบว่าหลังจากที่ได้เจอกับท่านอาจารย์ของเจ้า เจ้าก็บันดาลโทสะมาหลายครั้งแล้วนะ”
เขาหมายถึงเรื่องตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์พบหน้าอูหลิงอวี่แล้วสู้กับเขาอุตลุด ตอนนั้นเธอยังกัดเขาอีกด้วย ทำให้ทุกคนเอามาพูดกันเป็นเรื่องตลกได้อีกหลายวัน
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะเยาะเสียงหนึ่งแล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เธอเอ่ยถามว่า “ระยะนี้ตระกูลน่าหลานทำอะไรกันอยู่หรือ ไม่เห็นพวกเขาจะโผล่หน้ามาเลย”
“จะทำอะไรได้อีกเล่า ก็เหมือนกับพวกเรานั่นแหละ พวกเขากำลังเสาะหาสัตว์อสูรวิเศษมาฝึกประสบการณ์อยู่ในภูเขาน่ะสิ!” ซือหม่าโยวหยางพูด “พวกเราได้พบตั้งหลายครั้ง แต่ก็มิได้เกิดความขัดแย้งอะไรกั