วเล่นก็ได้!”
“เอาเถิด พวกท่านศิษย์อาจารย์ก็ไม่ได้ต่างกันนักหรอก!” กิเลนเพลิงพูดจบก็เร่งความเร็ว เพียงไม่นานก็ทิ้งห่างจากตำหนักผู้วิเศษแล้ว
พวกเขามาถึงยอดเขาที่ไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง อูหลิงอวี่หยิบเอาค่ายกลนำส่งเที่ยวเดียวออกมา หลังจากกระตุ้นมันเรียบร้อยแล้วจึงโยนมันลงบนพื้น พอค่ายกลนำส่งเปล่งประกายขึ้นมา พวกเขาจึงเดินเข้าไป ก่อนจะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่พวกเขาหายตัวไปไม่นาน ไป๋เวยเวยก็ขี่สัตว์อสูรวิเศษสีขาวราวหิมะตนหนึ่งตามมา
“เจ้านาย กลิ่นอายของพวกเขามาถึงแค่ตรงนี้ก็สิ้นสุดลงแล้ว” สัตว์อสูรวิเศษร่อนลงกลางหุบเขาแล้วเอ่ยขึ้น
ไป๋เวยเวยก้าวลงจากสัตว์อสูรวิเศษ เมื่อเห็นศิลาค่ายกลนำส่งที่วางอยู่บนพื้น จึงเอ่ยว่า “นี่คือศิลาค่ายกลนำส่งที่หลิงอวี่ใช้กลับไป น่าเสียดายที่มนตร์บนนั้นใช้เพียงครั้งเดียวก็เลือนหายไปแล้ว มิอาจระบุตำแหน่งของหุบเขาเซียนมารได้”
“เจ้านาย…” สัตว์อสูรวิเศษเห็นนางดูผิดหวังอยู่บ้าง จึงคิดจะปลอบประโลมนาง
“ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าเขากลับไปแล้วจริงๆ มิได้ออกไปหาหญิงอื่นข้างนอก” ไป๋เวยเวยพูดด้วยรอยยิ้ม “หลิงอวี่เป็นของข้าได้เพียงคนเดียวเท่านั้น